นวัตกรรมแห่งการปกป้องผิว ครีมกันแดดยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ

image

แสงแดดคือแหล่งกำเนิดพลังงานที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันรังสียูวีก็เป็นภัยเงียบที่คอยทำร้ายผิวพรรณของเราทุกวัน แม้หลายคนจะพยายามปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด แต่ปัญหาความร่วงโรยก่อนวัยก็ยังคงกวนใจอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen ทั่วไป ที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์ (ZnO) และไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2) มักมีข้อบกพร่อง คือเมื่ออนุภาคเหล่านี้ดูดกลืนรังสียูวี จะเกิดปฏิกิริยาปลดปล่อยอนุมูลอิสระออกมาบนผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายคอลลาเจน ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำซ้ำซ้อน กลายเป็นว่าสิ่งที่เราใช้ปกป้องผิว กลับมีส่วนทำร้ายผิวเสียเอง
.
ทีมนักวิจัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการครีมกันแดด ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นผิวของอนุภาคโลหะออกไซด์ (ZnO และ TiO2) โดยใช้วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อผิวมาเคลือบในลักษณะฟิล์มบางระดับนาโน นวัตกรรมนี้ช่วยยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ ในขณะที่ตัวสารกำลังดูดกลืนรังสียูวีได้อย่างเด็ดขาด ทำให้ผิวไม่ถูกทำร้ายจากกลไกของสารกันแดด นอกจากนี้ โครงสร้างพิเศษดังกล่าวยังมอบการปกป้องที่ครอบคลุม ทั้งรังสี UVA, UVB และช่วงแสงสีน้ำเงิน (Blue Light) จากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ไม่เพียงแค่ป้องกันแสงจากภายนอก แต่ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วย ไลโคปีนคอมเพล็กซ์ชนิดละลายน้ำได้ (Water-Soluble Lycopene Complex) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก สารสกัดนี้จะทำหน้าที่ช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เล็ดลอดมาจากมลภาวะแวดล้อม พร้อมฟื้นบำรุงผิวให้คงความกระจ่างใสและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
.
นวัตกรรมชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น สกินแคร์ปกป้องผิวประจำวัน ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ กลุ่มคนเมืองและวัยทำงาน ที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดด มลภาวะ และแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอตลอดวัน กลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องการชะลอวัย ที่ต้องการปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัยอย่างจริงจัง และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติและกลไกที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองซ้ำซ้อน
.
ด้วยเนื้อสัมผัสที่ได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถัน ครีมกันแดดนี้จึงสามารถใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง หรือใช้เป็นเมคอัพเบสก่อนแต่งหน้าได้อย่างกลมกลืน นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไป แต่คือนวัตกรรมปกป้องผิวที่เข้าใจกลไกธรรมชาติของผิว ช่วยให้คุณออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะแสง โดยไร้กังวลเรื่องความร่วงโรยก่อนวัยอย่างแท้จริง
.
นวัตกรรม : ครีมกันแดดยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ
เลขที่คำขอ : 2001003817
รางวัล : รางวัลเหรียญทองแดง งาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva”
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1344607337796468/

ที่เกี่ยวข้อง

  • ยกระดับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ด้วยนวัตกรรมแป้งต้านอนุมูลอิสระ

    ย้อนกลับ ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “สุนทรียภาพแห่งรสชาติ” และ “คุณประโยชน์ทางโภชนาการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้รักสุขภาพ ทีมวิจัยของเราได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าว ด้วยการนำ “ไลโคปีน” (Lycopene) สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังจากธรรมชาติ มาเป็นกุญแจสำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำไลโคปีนมาใช้ในกระบวนการแปรรูปอาหารนั้นมีความซับซ้อนสูง ทั้งปัญหาการละลายน้ำที่ทำได้ยาก และความไม่คงตัวของสารอาหารเมื่อโดนความร้อน เพื่อแก้ไข Pain Point ดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงเลือกใช้นวัตกรรม “สารประกอบเชิงซ้อนอนุภาคกักเก็บสารอาหารในระดับโมเลกุล” (Molecular Inclusion Complex) เข้ามาประยุกต์ใช้กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันทางโครงสร้างในระดับจุลภาค เพื่อกักเก็บโมเลกุลของไลโคปีนเอาไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ ทำให้ไลโคปีนที่เคยละลายน้ำยาก กลับมามีคุณสมบัติในการละลายน้ำที่ดีเยี่ยมและมีความคงตัวสูง แม้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน✨ Key Highlights & Innovations:1. ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแป้งที่เติมไลโคปีนจากผักและผลไม้ในรูปแบบทั่วไปถึง 3 เท่า2. การปรับโครงสร้างโมเลกุลช่วยให้สารมีชีวปริมาณออกฤทธิ์สูง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น3. สารออกฤทธิ์ชีวภาพมีความคงตัวสูงต่อสภาพแวดล้อม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาโดยที่คุณค่าทางสารอาหารไม่สูญสลาย นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ แต่คือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารเพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนเบเกอรี่ให้เป็นมากกว่าแค่ความอร่อย แต่คือแหล่งของสารอาหารที่ช่วยดูแลร่างกายได้อย่างยั่งยืน ชื่อนวัตกรรม : แป้งต้านอนุมูลอิสระเลขอนุสิทธิบัตร: 17577รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญเงิน…

  • นวัตกรรมเครื่องดื่มสุขภาพด้วยนาโนแคปซูล “เปลี่ยนความเผ็ดร้อน เป็นพลังแห่งความสดชื่น”

    ย้อนกลับ แคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารสำคัญที่พบได้ในพริก มีคุณสมบัติในการช่วยเผาผลาญพลังงานและส่งเสริมระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม การนำประโยชน์เหล่านี้มาสู่ผู้บริโภคในรูปแบบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลับพบอุปสรรคสำคัญ 2 ประการ คือ ธรรมชาติของแคปไซซินที่ไม่สามารถละลายน้ำได้และความเผ็ดร้อนที่รุนแรงจนอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเมื่อดื่ม นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อทลายกำแพงข้อจำกัดนี้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จในงานวิจัยนี้ คือการพัฒนาเทคโนโลยี “การกักเก็บสารด้วยอนุภาคนาโน” (Nano-encapsulation) โดยคณะผู้วิจัยได้เลือกใช้โปรตีนไฮโดรไลเซตจากถั่วเหลือง มาทำหน้าที่เป็นวัสดุห่อหุ้มสารสกัดแคปไซซิน กระบวนการนี้อาศัยหลักการทางเคมีฟิสิกส์ที่ให้โมเลกุลของโปรตีนเข้าไปจับกับโมเลกุลของแคปไซซินผ่านแรงไฮโดรโฟบิก สร้างเป็นเกราะป้องกันในระดับอนุภาคนาโน ผลลัพธ์ที่ได้คือนวัตกรรมสารกักเก็บที่เปลี่ยนสถานะของแคปไซซินให้สามารถละลายน้ำได้ดีขึ้น และมีความคงตัวสูง ไม่เกิดการตกตะกอนแยกชั้นเมื่อนำไปผสมในเครื่องดื่ม นอกจากนี้โครงสร้างของโปรตีนยังช่วยลดทอนความรู้สึกเผ็ดร้อนแสบปากในทันทีที่สัมผัสลิ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถดื่มได้ง่ายยิ่งขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “ม็อกเทลลูกหม่อนผสมแคปไซซิน” ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะทางรสชาติระหว่างความหวานอมเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมัลเบอร์รี่ (ลูกหม่อน) เข้ากับความเผ็ดร้อนระดับละมุนของสารสกัดพริกที่ผ่านการกักเก็บ กลายเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพทุกเพศทุกวัย ในแง่ของโภชนาการ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแก้กระหาย แต่เป็น Functional Drink ที่ทรงประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติของแคปไซซินที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ผสานกับโปรตีนจากถั่วเหลืองที่ใช้เป็นวัสดุกักเก็บ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และอนุภาคนาโนช่วยนำพาสาระสำคัญเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยมีกลไกสำคัญในการช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง 🌶 นวัตกรรม : ม็อกเทลลูกหม่อนผสมแคปไซซิน📝 เลขที่คำขอ : 2403001934🥉 รางวัลระดับนานาชาติ :…

  • ปฏิวัติโภชนาการวิถีใหม่ด้วยเส้นใยรำข้าวจากกากรำข้าว

    ย้อนกลับ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารที่ผูกพันกับข้าวได้หยั่งรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ในกระบวนการขัดสีเพื่อให้ได้เมล็ดข้าวขาว ส่วนของรำข้าวซึ่งเป็นแหล่งของใยอาหารและสารอาหารตามธรรมชาติ มักถูกนำไปใช้ในมูลค่าที่ไม่สูงนัก งานวิจัยนี้ จึงมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่ากากรำข้าวโดยพัฒนาเป็นแหล่งไฟเบอร์ธรรมชาติสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยการพัฒนาซุปแกงเลียงผงกึ่งสำเร็จรูปเสริมด้วยใยอาหารจากกากรำข้าวที่ผ่านกระบวนการดูดซับวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ การเสริมสารอาหารดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณสารอาหารในอาหาร มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาหรือป้องกันโรค ความโดดเด่นของนวัตกรรมอยู่ที่การประยุกต์ใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบผงกึ่งสำเร็จรูปที่สะดวกต่อการเตรียมและบริโภค โดยยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติแกงเลียงซึ่งเป็นอาหารไทยดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนแนวทางการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และศักยภาพเชิงพาณิชย์ สามารถต่อยอดในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า.นวัตกรรม : ไฟเบอร์ธรรมชาติจากกากรำข้าว เสริมวิตามินและแร่ธาตุเลขที่คำขอ : 2303001857, 2303002966รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัล Platinum Award และรางวัลเหรียญทอง งาน “2024 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE)”ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/2024338344850468/

  • พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม นวัตกรรมอาหารไทยเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

    ย้อนกลับ พาสตาคืออาหารที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น อาหารจานโปรดนี้ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย จึงเป็นที่มาของคำถามที่เรียบง่าย คือ จะทำอย่างไรให้กินพาสตาอร่อยได้ทุกวัน โดยไม่ต้องแลกกับสุขภาพ? จุดเริ่มต้นของคำตอบอยู่ที่ผืนแผ่นดินไทย ทั้งข้าวกล้องที่เปี่ยมด้วยเส้นใยอาหาร และผักใบเขียวพื้นถิ่นที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและแร่ธาตุ ล้วนเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่า ปัญหาคือกระบวนการแปรรูปอาหารทั่วไปมักทำลายคุณค่าเหล่านั้นไปก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายอีกสองด้านที่ไม่อาจมองข้าม ด้านแรกคือปัญหาการแพ้กลูเตน ซึ่งพบมากขึ้นในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ เพราะพาสตาทั่วไปทำจากแป้งสาลีซึ่งมีกลูเตนเป็นส่วนประกอบหลัก ด้านที่สองคือเรื่องการเก็บรักษา ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่อยู่ได้นานโดยไม่พึ่งพาสารกันเสีย เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้พร้อมกัน นักวิจัยจึงพัฒนา “พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม” ขึ้นมา จุดสำคัญของนวัตกรรมนี้คือกรรมวิธีการแปรรูปผักใบเขียวที่คิดค้นขึ้นเป็นการเฉพาะ ให้สามารถกักเก็บวิตามิน แร่ธาตุ และแคลเซียมไว้ในโครงสร้างของเส้นได้อย่างครบถ้วน ผลลัพธ์ที่ได้คือเส้นพาสตาที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาติ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และโภชนาการที่โดดเด่นใน 3 ด้านหลัก คือ 1) ปริมาณแคลเซียมที่สูงกว่าพาสตาแป้งสาลีทั่วไปถึง 4 เท่า และสูงกว่าพาสตาข้าวกล้องธรรมดาถึง 3 เท่า เปลี่ยนอาหารธรรมดาให้เป็นอาหารที่เสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง 2) การเป็น Gluten-Free 100% โดยธรรมชาติ เพราะใช้ข้าวกล้องเป็นฐาน ไม่ใช้แป้งสาลีเลย จึงปลอดภัยสำหรับทุกคนที่มีความไวต่อกลูเตน และ 3) สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6…

  • นวัตกรรมผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียม ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่

    ย้อนกลับ แคลเซียม เป็นแร่ธาตุหลักที่จำเป็นต่อการสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูกและฟันของมนุษย์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคบางกลุ่มมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งแคลเซียมจากนมวัว เนื่องจากมีปัญหาภาวะการย่อยแลคโตส (Lactose Intolerance) หรือ มีวิถีชีวิตการบริโภคอาหารแบบมังสวิรัติ หรือแม้แต่ข้อจำกัดในการดูดซึมแคลเซียมสังเคราะห์ที่มักมีสารตกค้างและอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร จากปัญหาดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดวิเคราะห์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ผักพื้นบ้านอย่างเช่น กวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ไม่ได้เป็นแค่วัตถุดิบในจานผัดน้ำมันหอย แต่ผักทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยแคลเซียมธรรมชาติที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ทั่วไป ที่เรียกว่า Bioavailability สูง หรือพูดง่ายๆ ว่า “รับประทานแคลเซียมธรรมชาติเข้าไปแล้วร่างกายสามารถนำไปใช้ได้จริง” เมื่อนำผักทั้ง 3 ชนิดมาผสมผสานกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสาร Anthocyanin ให้สารสีม่วง ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ได้สูตรขนมขบเคี้ยวที่เสริมสร้างและป้องกันทั้งกระดูก ฟัน และเซลล์ในร่างกาย จากแนวคิดและแรงบันดาลใจนี้ ได้ถูกต่อยอดผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การอาหาร จนได้ “ผลิตภัณฑ์ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียมผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่” นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ในรูปแบบของแผ่นวาฟเฟิลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นทางนวัตกรรมที่แตกต่างจากขนมขบเคี้ยวแบบเดิมๆ ดังนี้1. เป็นแหล่งรวมแคลเซียมธรรมชาติที่ได้จากผักกวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ผ่านกระบวนการผลิตอันทันสมัย ทำให้แคลเซียมยังคงสภาพความสามารถในการละลายและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกและฟันได้อย่างแท้จริง2. วาฟเฟิลแบบดั้งเดิมมีส่วนส่วนแป้งสาลี ซึ่งผู้บริโภคบางท่านแพ้กลูเตน แต่ด้วยสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่มีแป้งสาลีเป็นส่วนผสม…

  • นวัตกรรมผงดับเพลิงชนิดไฮโดรเจลชีวภาพ (Bio-based Hydrogel Fire Extinguishing Powder)

    ย้อนกลับ อัคคีภัยเป็นภัยคุกคามที่สามารถสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐาน ในปัจจุบันการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้มักพึ่งพาสารดับเพลิงแบบผงเคมีแห้งทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งแม้จะสามารถระงับเปลวไฟได้ในเบื้องต้น แต่เนื่องจากสารเคมีแบบเดิมไม่สามารถสกัดกั้นไอระเหยของเชื้อเพลิงได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดความร้อนที่ค่อนข้างต่ำ และยังคงมีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะปะทุซ้ำขึ้นมาอีก.จากข้อจำกัดของสารดับเพลิงที่มีอยู่ในท้องตลาด ประกอบกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากวัชพืชทางน้ำที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทีมผู้วิจัยจึงเกิดแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยความมุ่งมั่นที่จะทลายข้อจำกัดของผงเคมีแห้งแบบเดิม จึงนำไปสู่การค้นคว้าวัสดุทดแทนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและยั่งยืนกว่า จึงเกิดออกมาเป็น “ผงดับเพลิงชนิดไฮโดรเจลชีวภาพ” นวัตกรรมนี้เกิดจากการสกัดเซลลูโลสจากผักตบชวา เพื่อนำมาพัฒนาเป็นวัสดุชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนภาพจำของสารเคมีดับเพลิงแบบเดิมสู่เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ก้าวหน้าและรักษ์โลก.นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่ครอบคลุม โดยสามารถใช้ในการดับเพลิงประเภทไม้และกระดาษ (Class A) น้ำมัน (Class B) เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ (Class C) และน้ำมันประกอบอาหาร (Class K) โดยเมื่อทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วไม่ก่อให้เกิดก๊าซพิษ จึงปลอดภัยสูงสุดต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม จุดเด่นที่โดดเด่นกว่าสารดับเพลิงเชิงพาณิชย์ทั่วไป ได้แก่ การนำเซลลูโลสจากผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชเหลือใช้มาอัปไซเคิลเป็นสารดับเพลิงชนิดใหม่ ประสิทธิภาพการดับเพลิงที่เร็วกว่าและลดอุณหภูมิผิวเชื้อเพลิงได้ดีกว่า MAP extinguishers ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกลไกการทำงานที่ชาญฉลาด กล่าวคือ เมื่อสัมผัสความร้อน สารจะเปลี่ยนสถานะเป็นฟิล์มไฮโดรเจลหนืดเคลือบผิวเชื้อเพลิง ตัดออกซิเจน และสกัดกั้นไอระเหยที่ติดไฟ ทำให้เปลวไฟดับเร็วและป้องกันการปะทุซ้ำของเชื้อเพลิงและไอระเหยที่ติดไฟได้.นวัตกรรมผงดับเพลิงชนิดไฮโดรเจลชีวภาพนี้ พร้อมแล้วที่จะขยายผลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์จริงสำหรับภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานดับเพลิง และประชาชนทั่วไป นับเป็นก้าวกระโดดของเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ปกป้องทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และโลกของเราไปพร้อมกัน.นวัตกรรม…