ยกระดับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ด้วยนวัตกรรมแป้งต้านอนุมูลอิสระ

image

ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “สุนทรียภาพแห่งรสชาติ” และ “คุณประโยชน์ทางโภชนาการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้รักสุขภาพ

ทีมวิจัยของเราได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าว ด้วยการนำ “ไลโคปีน” (Lycopene) สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังจากธรรมชาติ มาเป็นกุญแจสำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำไลโคปีนมาใช้ในกระบวนการแปรรูปอาหารนั้นมีความซับซ้อนสูง ทั้งปัญหาการละลายน้ำที่ทำได้ยาก และความไม่คงตัวของสารอาหารเมื่อโดนความร้อน

เพื่อแก้ไข Pain Point ดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงเลือกใช้นวัตกรรม “สารประกอบเชิงซ้อนอนุภาคกักเก็บสารอาหารในระดับโมเลกุล” (Molecular Inclusion Complex) เข้ามาประยุกต์ใช้กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันทางโครงสร้างในระดับจุลภาค เพื่อกักเก็บโมเลกุลของไลโคปีนเอาไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ ทำให้ไลโคปีนที่เคยละลายน้ำยาก กลับมามีคุณสมบัติในการละลายน้ำที่ดีเยี่ยมและมีความคงตัวสูง แม้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน
✨ Key Highlights & Innovations:
1. ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแป้งที่เติมไลโคปีนจากผักและผลไม้ในรูปแบบทั่วไปถึง 3 เท่า
2. การปรับโครงสร้างโมเลกุลช่วยให้สารมีชีวปริมาณออกฤทธิ์สูง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น
3. สารออกฤทธิ์ชีวภาพมีความคงตัวสูงต่อสภาพแวดล้อม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาโดยที่คุณค่าทางสารอาหารไม่สูญสลาย

นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ แต่คือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารเพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนเบเกอรี่ให้เป็นมากกว่าแค่ความอร่อย แต่คือแหล่งของสารอาหารที่ช่วยดูแลร่างกายได้อย่างยั่งยืน

ชื่อนวัตกรรม : แป้งต้านอนุมูลอิสระ
เลขอนุสิทธิบัตร: 17577
รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญเงิน งาน “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva”
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/637748572697228/

ที่เกี่ยวข้อง

  • นวัตกรรมใส ไร้ขีดจำกัด นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์

    ย้อนกลับ ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มคือการสร้างสิ่งที่ดีต่อร่างกายโดยไม่ต้องสูญเสียความอร่อย น้ำดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์คือคำตอบหนึ่งสำหรับโจทย์นั้น ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่มีอุปสรรคสำคัญคือมันไม่ละลายน้ำ ทำให้การนำมาผสมในเครื่องดื่มใสทำได้ยากมาก นอกจากนี้ยังเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงหรืออากาศ นักวิจัยจึงต้องหาทางแก้ปัญหานี้ในระดับโมเลกุลวิธีการที่ได้ผลคือการจับไลโคปีนเข้ากับเบต้ากลูแคน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะห่อหุ้มและพาไลโคปีนให้ละลายน้ำได้ โครงสร้างคอมเพล็กซ์นี้ยังช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้คงฤทธิ์ได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำดื่มใสหอมกลิ่นเมลอนที่บรรจุสารต้านอนุมูลอิสระไว้เต็มเปี่ยม ดื่มง่าย อีกทั้งยังเสริมคุณค่าจากเบต้ากลูแคน เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา เจลลี่และกัมมี่เพื่อสุขภาพ น้ำเชื่อมสำหรับคาเฟ่ ไปจนถึงนมพืชที่ต้องการเสริมสารอาหารโดยไม่ทำลายเนื้อสัมผัสสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือนวัตกรรมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้บริโภคเลือกระหว่างความอร่อยกับสุขภาพ แต่มอบทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคต นวัตกรรม : นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์เลขที่คำขอ : 2001006377, 2403000571ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1503015878072393

  • ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากกากชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า เปลี่ยนไอศกรีมให้เป็นมากกว่าความอร่อย

    ย้อนกลับ ไอศกรีมมักถูกจดจำในฐานะขนมหวานที่มอบความสุข ความอร่อย และความสดชื่นในทุกครั้งที่ลิ้มลอง แต่ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาหารจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบสนองความอร่อยเท่านั้น หากยังสามารถพัฒนาให้มีคุณค่าและสอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนได้.แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากกากชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า โดยนำกากชีวมวลที่เหลือจากกระบวนการสกัดสารซี-ไฟโคไซยานินกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง เนื่องจากวัตถุดิบดังกล่าวยังคงมีองค์ประกอบทางโภชนาการและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ จึงมีศักยภาพในการต่อยอดเป็นส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือก.นวัตกรรมนี้ใช้เทคโนโลยีการสกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิก เพื่อช่วยปลดปล่อยสารสำคัญจากกากชีวมวล ก่อนนำสารสกัดที่ได้มาเสริมในไอศกรีม ผลการทดสอบพบว่า ไอศกรีมที่พัฒนาขึ้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH โดยมีค่าการยับยั้งเท่ากับร้อยละ 52.47 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดจากกากชีวมวลสไปรูลิน่าในการใช้เป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ในผลิตภัณฑ์อาหาร.นอกจากผลการทดสอบด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้ว สารสกัดจากกากชีวมวลสไปรูลิน่ายังช่วยสร้างสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สีสังเคราะห์ในสูตรที่พัฒนาขึ้น ทำให้ไอศกรีมสูตรนี้ผสานความอร่อย คุณค่าจากวัตถุดิบชีวภาพ และแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าไว้ด้วยกัน.ในมุมของการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความอร่อยควบคู่กับวัตถุดิบจากธรรมชาติและแนวคิดความยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นเมนูสร้างสรรค์ในคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือธุรกิจบริการอาหารที่ต้องการนำเสนอเมนูที่แตกต่างและมีเรื่องราวด้านการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบชีวภาพ.นวัตกรรมนี้จึงเป็นตัวอย่างของการนำกากชีวมวลจากกระบวนการสกัดสารซี-ไฟโคไซยานินกลับมาเพิ่มมูลค่า และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เชื่อมโยงระหว่าง ความอร่อย คุณค่าจากวัตถุดิบธรรมชาติ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างน่าสนใจ.นวัตกรรม : ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลิน่าเลขที่คำขอ : 2103002824รางวัล :รางวัลเหรียญเงิน และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New products” (iENA 2023)ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้:…

  • ปฏิวัติรูปแบบความอร่อย…ด้วยนวัตกรรมผงไข่มุกสไปรูลิน่า

    ย้อนกลับ ภายใต้ความเรียบง่ายของสิ่งมีชีวิตโบราณอย่าง “สาหร่ายสไปรูลิน่า” (Spirulina) หลายท่านอาจคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของอาหารเสริมสีเขียวเข้ม แต่แท้จริงแล้ว ภายในนั้นซ่อนความมหัศจรรย์ทางชีวภาพที่ล้ำค่ายิ่งกว่า นั่นคือ “ซี-ไฟโคไซยานิน” (C-Phycocyanin) รงควัตถุสีฟ้าบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง โจทย์ท้าทายของงานวิจัยชิ้นนี้ คือ ทำอย่างไรให้เราสามารถนำคุณค่าจากธรรมชาติ มาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารได้อย่างรื่นรมย์และทันสมัย? นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมผงไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปเสริมซี-ไฟโคไซยานินจากสาหร่ายสไปรูลิน่า ผลงานที่ผสานศาสตร์แห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้นำเทคนิคขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การอาหารอย่าง สเฟียริฟิเคชัน (Spherification) ที่นิยมใช้ในร้านอาหารระดับ Fine Dining มาประยุกต์ใช้ โดยผ่านการควบคุมสภาวะการผลิตอย่างแม่นยำด้วยวิธี Taguchi Method เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่เม็ดไข่มุก เราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ ผงกึ่งสำเร็จรูป (Semi-finished Powder) ทำไมสิ่งนี้จึงเรียกว่าการ “ปฏิวัติ” รูปแบบความอร่อย?1. ไข่มุกสีฟ้าครามที่ได้ ไม่ใช่แค่สีสันสังเคราะห์ แต่คือสีธรรมชาติจาก C-Phycocyanin มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสะ ต้านการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และชะลอวัย2. ประสบการณ์ที่คุณสร้างเองได้ เพราะมาในรูปแบบผง ทำให้จัดเก็บง่าย ยืดอายุการใช้งาน และที่สำคัญคือ ผู้บริโภคสามารถสนุกกับการเนรมิตไข่มุกสดได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เปลี่ยนครัวธรรมดาให้เป็นห้องทดลองความอร่อย3. เป็นท็อปปิ้งในชานม เครื่องดื่มสุขภาพ ตกแต่งหน้าไอศกรีม หรือประดับบนขนมไทยร่วมสมัย…

  • เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล

    ย้อนกลับ ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล คือ พืชที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ด้วยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ทำให้พืชวงศ์ขิงเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยสารสำคัญที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว แต่ก็ข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์คือ สารสกัดจากธรรมชาติมักมีความคงตัวต่ำ สูญเสียประสิทธิภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ แสง หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในรูปแบบดั้งเดิมมักมาในรูปแบบของเหลวที่ยากต่อการพกพา หรือรูปแบบผงที่ใช้งานไม่สะดวกและเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ผู้บริโภคยุคใหม่จึงต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพที่คงที่ และความสะดวกสบายในการใช้งาน จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการผสานวิทยาการขั้นสูงเข้ากับธรรมชาติ นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่ในรูปไมโครแคปซูล” (Microencapsulation Technology) ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยให้ป้องกันการเสื่อมสลายของสารสำคัญและเพิ่มความคงตัว ที่สำคัญไมโครแคปซูลเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้สามารถละลายน้ำได้ อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นแห่งนวัตกรรม 1) สารออกฤทธิ์จากไพลและขมิ้นชัน ทำหน้าที่ร่วมกันในการปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง และบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดจากมลภาวะหรือสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) คุณสมบัติของว่านนางคำและขมิ้นชัน ช่วยปกป้องผิวจากความร่วงโรยก่อนวัยที่เกิดจากอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งยับยั้งแบคทีเรียและจุลินทรีย์อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้ผิวสะอาดล้ำลึกและมีสุขภาพดี เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล จึงเป็นผลิตภัณฑ์ผงล้างหน้าที่ไม่เพียงแต่กักเก็บคุณค่าบริสุทธิ์จาก ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในการทำความสะอาดผิว นี่คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตยุคใหม่ มอบความสะดวกสบาย พกพาง่าย และใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกที่ทุกเวลา เป็นการต่อยอดมรดกทางภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อผิวที่สะอาด กระจ่างใส และแข็งแรงอย่างยั่งยืนนวัตกรรม : เคอคูมา…

  • นวัตกรรมก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

    ย้อนกลับ รู้หรือไม่?ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตส้มโอรายใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแปรรูป แต่มักมีเปลือกส้มโอหลงเหลือทิ้งไว้เป็นจำนวนมหาศาล สิ่งที่ดูเหมือนเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ กลับมีคุณค่าทางโภชนาการชั้นเยี่ยมที่รอให้เราค้นพบ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กคือวัฒนธรรมอาหารที่คนไทยคุ้นเคยมาตลอด แต่มีจุดอ่อนที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือคาร์โบไฮเดรตสูงและใยอาหารต่ำ ทำให้คนรักสุขภาพหลายคนต้องบอกลาเมนูโปรดนี้ไป โจทย์จึงตกมาที่นักวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้อาหารธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยไม่ต้องสูญเสียรสชาติที่คุ้นเคย คำตอบอยู่ที่ “เปลือกส้มโอ” ของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปที่ไม่มีใครสนใจ ทีมวิจัยนำสิ่งเหล่านี้มาสกัดเป็นใยอาหารบริสุทธิ์คุณภาพสูง แล้วผสานเข้าไปในเนื้อเส้นก๋วยเตี๋ยว ผลลัพธ์คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ที่เปลี่ยนทุกคำที่กินให้ดูแลสุขภาพลำไส้ไปพร้อมกัน นวัตกรรมนี้ไม่ได้แค่ยกระดับเมนูโปรดของคนไทย แต่ยังเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตรให้มีคุณค่า แก้ปัญหาขยะและสุขภาพได้ในคราวเดียว นวัตกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ใน 2 มิติ ได้แก่ 1) การเสริมใยอาหารจากส้มโอช่วยเพิ่มใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้สูงถึงร้อยละ 9.44 ซึ่งช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับถ่าย ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ในเมนูอาหารที่คุ้นเคย 2) ด้วยแนวคิด Zero Waste การนำกากส้มโอมาใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง เกื้อหนุนเกษตรกรรายย่อย และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติของใยอาหารจากส้มโอ ทั้งการอุ้มน้ำ การสร้างเนื้อสัมผัส และต้นทุนที่เข้าถึงได้ จึงสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมนี้สู่อุตสาหกรรมอาหารในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไฟเบอร์ กักเก็บความชุ่มชื้น และลดความแห้งกระด้างของเนื้อขนมปังหรือคุกกี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ทำหน้าที่เป็นสารปรับปรุงโครงสร้างเพื่อสร้างความฉ่ำน้ำและเนื้อสัมผัสที่สมจริงยิ่งขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plant-based หรือเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ จึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่…

  • นวัตกรรมชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิก วิถีแห่งธรรมชาติสู่นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

    ย้อนกลับ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ สวนมะม่วงอินทรีย์ที่ปราศจากสารเคมี ที่ซึ่งต้นมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน ดินที่อุดมสมบูรณ์และแสงแดดที่พอเหมาะได้บ่มเพาะให้ต้นมะม่วงเติบโตอย่างแข็งแรง แต่คุณค่าของมะม่วงสายพันธุ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผลไม้ที่หอมหวาน ความลับแห่งสุขภาพยังซ่อนอยู่ที่ใบ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ ในยุคที่วิถีชีวิตเร่งรีบ นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ภาวะน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง รวมถึงความเหนื่อยล้าสะสมและการอักเสบในระดับเซลล์ ผู้บริโภคต่างมองหาเครื่องดื่มที่ไม่เพียงแต่ช่วยดับกระหาย แต่ต้องทำหน้าที่ช่วยป้องกันโรคและฟื้นฟูร่างกาย คำตอบของความท้าทายนี้ เริ่มต้นจากการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเจาะจง โดยเลือกใช้เพียงใบแก่ลำดับที่ 5-7 จากปลายกิ่งของมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้าเท่านั้น ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเป็นช่วงวัยของใบที่สะสมสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไว้สูงสุด จากนั้นนำใบที่ได้ไปผ่านกระบวนการหมักชาแบบชาเขียว ที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลาอย่างแม่นยำ เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ คงความสดใสของสีใบ กักเก็บความหอม และที่สำคัญที่สุดคือ การคงคุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระไว้ให้ได้มากที่สุด จุดเด่นที่ทำให้นวัตกรรมชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิกนี้เป็นยิ่งกว่าเพียงเครื่องดื่มทั่วไป คือ การต้านอนุมูลอิสระ ฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์สูง การดื่มชาชนิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มความสดชื่นและทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าจากความเหนื่อยล้า แต่มีแนวโน้มในการช่วย ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ต้านการอักเสบภายในร่างกาย และมีฤทธิ์ลดเบาหวาน ชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิก จึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือตัวแทนของความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ที่เปลี่ยนผลิตผลพลอยได้ทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มอบทั้งสุนทรียภาพในการดื่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับผู้บริโภคในทุก ๆ วัน นวัตกรรม : ชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิกเลขที่อนุสิทธิบัตร : 25802ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม…