ยกระดับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ด้วยนวัตกรรมแป้งต้านอนุมูลอิสระ

image

ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “สุนทรียภาพแห่งรสชาติ” และ “คุณประโยชน์ทางโภชนาการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้รักสุขภาพ

ทีมวิจัยของเราได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าว ด้วยการนำ “ไลโคปีน” (Lycopene) สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังจากธรรมชาติ มาเป็นกุญแจสำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำไลโคปีนมาใช้ในกระบวนการแปรรูปอาหารนั้นมีความซับซ้อนสูง ทั้งปัญหาการละลายน้ำที่ทำได้ยาก และความไม่คงตัวของสารอาหารเมื่อโดนความร้อน

เพื่อแก้ไข Pain Point ดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงเลือกใช้นวัตกรรม “สารประกอบเชิงซ้อนอนุภาคกักเก็บสารอาหารในระดับโมเลกุล” (Molecular Inclusion Complex) เข้ามาประยุกต์ใช้กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันทางโครงสร้างในระดับจุลภาค เพื่อกักเก็บโมเลกุลของไลโคปีนเอาไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ ทำให้ไลโคปีนที่เคยละลายน้ำยาก กลับมามีคุณสมบัติในการละลายน้ำที่ดีเยี่ยมและมีความคงตัวสูง แม้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน
✨ Key Highlights & Innovations:
1. ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแป้งที่เติมไลโคปีนจากผักและผลไม้ในรูปแบบทั่วไปถึง 3 เท่า
2. การปรับโครงสร้างโมเลกุลช่วยให้สารมีชีวปริมาณออกฤทธิ์สูง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น
3. สารออกฤทธิ์ชีวภาพมีความคงตัวสูงต่อสภาพแวดล้อม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาโดยที่คุณค่าทางสารอาหารไม่สูญสลาย

นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ แต่คือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารเพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนเบเกอรี่ให้เป็นมากกว่าแค่ความอร่อย แต่คือแหล่งของสารอาหารที่ช่วยดูแลร่างกายได้อย่างยั่งยืน

ชื่อนวัตกรรม : แป้งต้านอนุมูลอิสระ
เลขอนุสิทธิบัตร: 17577
รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญเงิน งาน “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva”
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/637748572697228/

ที่เกี่ยวข้อง

  • |

    นวัตกรรมผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียม ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่

    ย้อนกลับ แคลเซียม เป็นแร่ธาตุหลักที่จำเป็นต่อการสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูกและฟันของมนุษย์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคบางกลุ่มมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งแคลเซียมจากนมวัว เนื่องจากมีปัญหาภาวะการย่อยแลคโตส (Lactose Intolerance) หรือ มีวิถีชีวิตการบริโภคอาหารแบบมังสวิรัติ หรือแม้แต่ข้อจำกัดในการดูดซึมแคลเซียมสังเคราะห์ที่มักมีสารตกค้างและอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร จากปัญหาดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดวิเคราะห์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ผักพื้นบ้านอย่างเช่น กวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ไม่ได้เป็นแค่วัตถุดิบในจานผัดน้ำมันหอย แต่ผักทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยแคลเซียมธรรมชาติที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ทั่วไป ที่เรียกว่า Bioavailability สูง หรือพูดง่ายๆ ว่า “รับประทานแคลเซียมธรรมชาติเข้าไปแล้วร่างกายสามารถนำไปใช้ได้จริง” เมื่อนำผักทั้ง 3 ชนิดมาผสมผสานกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสาร Anthocyanin ให้สารสีม่วง ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ได้สูตรขนมขบเคี้ยวที่เสริมสร้างและป้องกันทั้งกระดูก ฟัน และเซลล์ในร่างกาย จากแนวคิดและแรงบันดาลใจนี้ ได้ถูกต่อยอดผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การอาหาร จนได้ “ผลิตภัณฑ์ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียมผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่” นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ในรูปแบบของแผ่นวาฟเฟิลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นทางนวัตกรรมที่แตกต่างจากขนมขบเคี้ยวแบบเดิมๆ ดังนี้1. เป็นแหล่งรวมแคลเซียมธรรมชาติที่ได้จากผักกวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ผ่านกระบวนการผลิตอันทันสมัย ทำให้แคลเซียมยังคงสภาพความสามารถในการละลายและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกและฟันได้อย่างแท้จริง2. วาฟเฟิลแบบดั้งเดิมมีส่วนส่วนแป้งสาลี ซึ่งผู้บริโภคบางท่านแพ้กลูเตน แต่ด้วยสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่มีแป้งสาลีเป็นส่วนผสม…

  • |

    เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล

    ย้อนกลับ ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล คือ พืชที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ด้วยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ทำให้พืชวงศ์ขิงเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยสารสำคัญที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว แต่ก็ข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์คือ สารสกัดจากธรรมชาติมักมีความคงตัวต่ำ สูญเสียประสิทธิภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ แสง หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในรูปแบบดั้งเดิมมักมาในรูปแบบของเหลวที่ยากต่อการพกพา หรือรูปแบบผงที่ใช้งานไม่สะดวกและเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ผู้บริโภคยุคใหม่จึงต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพที่คงที่ และความสะดวกสบายในการใช้งาน จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการผสานวิทยาการขั้นสูงเข้ากับธรรมชาติ นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่ในรูปไมโครแคปซูล” (Microencapsulation Technology) ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยให้ป้องกันการเสื่อมสลายของสารสำคัญและเพิ่มความคงตัว ที่สำคัญไมโครแคปซูลเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้สามารถละลายน้ำได้ อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นแห่งนวัตกรรม 1) สารออกฤทธิ์จากไพลและขมิ้นชัน ทำหน้าที่ร่วมกันในการปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง และบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดจากมลภาวะหรือสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) คุณสมบัติของว่านนางคำและขมิ้นชัน ช่วยปกป้องผิวจากความร่วงโรยก่อนวัยที่เกิดจากอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งยับยั้งแบคทีเรียและจุลินทรีย์อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้ผิวสะอาดล้ำลึกและมีสุขภาพดี เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล จึงเป็นผลิตภัณฑ์ผงล้างหน้าที่ไม่เพียงแต่กักเก็บคุณค่าบริสุทธิ์จาก ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในการทำความสะอาดผิว นี่คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตยุคใหม่ มอบความสะดวกสบาย พกพาง่าย และใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกที่ทุกเวลา เป็นการต่อยอดมรดกทางภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อผิวที่สะอาด กระจ่างใส และแข็งแรงอย่างยั่งยืนนวัตกรรม : เคอคูมา…

  • |

    จากพืชพื้นถิ่นสู่นวัตกรรมชีวภาพ: การปลดล็อกศักยภาพ “บาทาทาซิน” ด้วยเทคโนโลยีไฟโตโซม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

    ย้อนกลับ ท่ามกลางความหลากหลายของผืนป่าไทย เราค้นพบขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่… ไม่ใช่ทองคำ แต่คือ “ว่านพระฉิม” สมุนไพรที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักวิจัยค้นพบว่า ในว่านพระฉิมมีสารสำคัญที่ชื่อว่า “บาทาทาซิน” (Batatasin) ซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่าที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงมาก แต่ธรรมชาติก็สร้างกำแพงกั้นไว้… เพราะสารนี้มีข้อจำกัดเรื่อง “ความบริสุทธิ์” และที่สำคัญคือ “ร่างกายดูดซึมได้ยาก” ทีมวิจัยของเราไม่ได้หยุดแค่การค้นพบ แต่เรามุ่งมั่นที่นำของดีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเราเริ่มต้นที่ต้นน้ำ ด้วยการใช้คลื่นอัลตราโซนิกเข้าไปกระตุ้นเซลล์พืชอย่างนุ่มนวล เพื่อดึงสารบาทาทาซินออกมาให้ได้ความบริสุทธิ์สูงสุด โดยไม่ทำลายโครงสร้างสำคัญ เมื่อได้สารสกัดบริสุทธิ์แล้ว เราจึงนำเทคโนโลยี ไฟโตโซม (Phytosome) เข้ามาแก้ปัญหา ลองจินตนาการว่าสารสำคัญคือผู้โดยสาร VIP และไฟโตโซมคือรถลีมูซีนส่วนตัวที่ห่อหุ้มสารสำคัญด้วยฟอสโฟลิปิด (เลียนแบบผนังเซลล์มนุษย์) ทำหน้าที่เป็นบัตรผ่านทางพิเศษพาบาทาทาซินทะลุผ่านระบบทางเดินอาหาร เข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหลายเท่าตัว Key Highlights1) ค่าชีวประสิทธิผล (Bioavailability) ที่สูงขึ้น ร่างกายจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ2) เป็นทางเลือกใหม่ที่ทรงพลังสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อเราผสานภูมิปัญญาแห่งพืชพันธุ์เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเราสามารถเปลี่ยนสมุนไพรท้องถิ่น ให้กลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน นวัตกรรม : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบาทาทาซินจากว่านพระฉิมเลขที่คำขอ : 403000912รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทอง งาน The…

  • |

    นวัตกรรมก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

    ย้อนกลับ รู้หรือไม่?ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตส้มโอรายใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแปรรูป แต่มักมีเปลือกส้มโอหลงเหลือทิ้งไว้เป็นจำนวนมหาศาล สิ่งที่ดูเหมือนเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ กลับมีคุณค่าทางโภชนาการชั้นเยี่ยมที่รอให้เราค้นพบ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กคือวัฒนธรรมอาหารที่คนไทยคุ้นเคยมาตลอด แต่มีจุดอ่อนที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือคาร์โบไฮเดรตสูงและใยอาหารต่ำ ทำให้คนรักสุขภาพหลายคนต้องบอกลาเมนูโปรดนี้ไป โจทย์จึงตกมาที่นักวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้อาหารธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยไม่ต้องสูญเสียรสชาติที่คุ้นเคย คำตอบอยู่ที่ “เปลือกส้มโอ” ของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปที่ไม่มีใครสนใจ ทีมวิจัยนำสิ่งเหล่านี้มาสกัดเป็นใยอาหารบริสุทธิ์คุณภาพสูง แล้วผสานเข้าไปในเนื้อเส้นก๋วยเตี๋ยว ผลลัพธ์คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ที่เปลี่ยนทุกคำที่กินให้ดูแลสุขภาพลำไส้ไปพร้อมกัน นวัตกรรมนี้ไม่ได้แค่ยกระดับเมนูโปรดของคนไทย แต่ยังเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตรให้มีคุณค่า แก้ปัญหาขยะและสุขภาพได้ในคราวเดียว นวัตกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ใน 2 มิติ ได้แก่ 1) การเสริมใยอาหารจากส้มโอช่วยเพิ่มใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้สูงถึงร้อยละ 9.44 ซึ่งช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับถ่าย ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ในเมนูอาหารที่คุ้นเคย 2) ด้วยแนวคิด Zero Waste การนำกากส้มโอมาใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง เกื้อหนุนเกษตรกรรายย่อย และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติของใยอาหารจากส้มโอ ทั้งการอุ้มน้ำ การสร้างเนื้อสัมผัส และต้นทุนที่เข้าถึงได้ จึงสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมนี้สู่อุตสาหกรรมอาหารในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไฟเบอร์ กักเก็บความชุ่มชื้น และลดความแห้งกระด้างของเนื้อขนมปังหรือคุกกี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ทำหน้าที่เป็นสารปรับปรุงโครงสร้างเพื่อสร้างความฉ่ำน้ำและเนื้อสัมผัสที่สมจริงยิ่งขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plant-based หรือเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ จึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่…

  • ซอสผัดไทยสวนดุสิต

    ย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์ ซอสผัดไทยสวนดุสิต ผู้วิจัย   ผศ.ดร.วราภรณ์ วิทยาภรณ์ สังกัด โรงเรียนการเรือน ประโยชน์ นวัตกรรมเครื่องปรุงที่ได้รับการพัฒนาคิดค้นโดยใช้น้ำมันเมล็ดชาทดแทนน้ำมันพืชที่ใช้เป็นส่วนผสมเดิม ซึ่งน้ำมันเมล็ดชามีองค์ประกอบไขมันที่ดีต่อร่างกาย ไม่มีกรดไขมันทรานส์ มีกรดไขมันไม่อิ่มความสูง ช่วยลดระดับ LDL (คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี) และเพิ่ม HDL  (คอเลสเตอรอลชนิดดี) โดยจะส่งผลดีต่อสุขภาพและยังคงรสชาติที่อร่อยถูกใจผู้บริโภค เลขที่จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญา 1803001755

  • |

    นวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์

    ย้อนกลับ ในวงการแพทย์และอุตสาหกรรม ถุงมือยางธรรมชาติทำหน้าที่เหมือนผิวหนังชั้นที่สองที่คอยปกป้องมือผู้สวมใส่จากสิ่งสกปรกและสารอันตราย แต่เบื้องหลังการปกป้องนั้นกลับซ่อนปัญหาที่หลายคนมองข้าม การสวมถุงมือยางแนบสนิทกับผิวหนังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองเนื่องจากการแพ้โปรตีนในน้ำยางธรรมชาติ ซึ่งมีอาการตั้งแต่เป็นผื่นคันจนกระทั่งการแพ้รุนแรงได้ นอกจากนี้พื้นผิวของถุงมือเองก็ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียที่เกิดการสัมผัสขณะใช้งาน และเป็นขยะติดเชื้อเมื่อใช้งานแล้ว คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เราจะปรับปรุงวัสดุธรรมชาตินี้ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างไร คำตอบมาจากการผสานวิทยาศาสตร์พื้นผิวเข้ากับนาโนเทคโนโลยี โดยนำพอลิเมทิลเมทาคริเลต หรือ PMMA ผสมเข้าไปในแผ่นฟิล์มยางธรรมชาติ ผลที่ได้คือพื้นผิวของถุงมือมีความขรุขระในระดับจุลภาคเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดพื้นที่สัมผัสระหว่างผิวหนังกับเนื้อยาง ลดความเสี่ยงของการแพ้โปรตีนน้ำยางในนวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์ ยิ่งไปกว่านั้น การเสริมอนุภาคนาโนซิลเวอร์เข้าไปในโครงสร้างวัสดุยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอนุภาคเหล่านี้ทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียโดยตรง ผลการทดสอบยืนยันให้เห็นชัดเจน การผสม PMMA เพียงอย่างเดียวเพิ่มค่าความขรุขระพื้นผิวได้ 6.5% แต่เมื่อใช้ร่วมกับนาโนซิลเวอร์ ค่าดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นถึง 16% และนาโนซิลเวอร์ในสัดส่วนเพียง 1% ก็สามารถยับยั้งเชื้อ S. aureus และ E. coli ได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 8 ชั่วโมง ถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์ จึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์ป้องกันทั่วไป แต่เป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนข้อจำกัดของวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นจุดแข็ง มอบทั้งความปลอดภัย ความสบาย และสุขอนามัยที่เชื่อถือได้ให้กับผู้ใช้งานทุกคน นวัตกรรม : ถุงมือยางธรรมชาติเลขที่อนุสิทธิบัตร : 14741รางวัล : รางวัลเหรียญทองแดง…