พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม นวัตกรรมอาหารไทยเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

image

พาสตาคืออาหารที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น อาหารจานโปรดนี้ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย จึงเป็นที่มาของคำถามที่เรียบง่าย คือ จะทำอย่างไรให้กินพาสตาอร่อยได้ทุกวัน โดยไม่ต้องแลกกับสุขภาพ?

จุดเริ่มต้นของคำตอบอยู่ที่ผืนแผ่นดินไทย ทั้งข้าวกล้องที่เปี่ยมด้วยเส้นใยอาหาร และผักใบเขียวพื้นถิ่นที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและแร่ธาตุ ล้วนเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่า ปัญหาคือกระบวนการแปรรูปอาหารทั่วไปมักทำลายคุณค่าเหล่านั้นไปก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายอีกสองด้านที่ไม่อาจมองข้าม ด้านแรกคือปัญหาการแพ้กลูเตน ซึ่งพบมากขึ้นในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ เพราะพาสตาทั่วไปทำจากแป้งสาลีซึ่งมีกลูเตนเป็นส่วนประกอบหลัก ด้านที่สองคือเรื่องการเก็บรักษา ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่อยู่ได้นานโดยไม่พึ่งพาสารกันเสีย

เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้พร้อมกัน นักวิจัยจึงพัฒนา “พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม” ขึ้นมา จุดสำคัญของนวัตกรรมนี้คือกรรมวิธีการแปรรูปผักใบเขียวที่คิดค้นขึ้นเป็นการเฉพาะ ให้สามารถกักเก็บวิตามิน แร่ธาตุ และแคลเซียมไว้ในโครงสร้างของเส้นได้อย่างครบถ้วน ผลลัพธ์ที่ได้คือเส้นพาสตาที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาติ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และโภชนาการที่โดดเด่นใน 3 ด้านหลัก คือ 1) ปริมาณแคลเซียมที่สูงกว่าพาสตาแป้งสาลีทั่วไปถึง 4 เท่า และสูงกว่าพาสตาข้าวกล้องธรรมดาถึง 3 เท่า เปลี่ยนอาหารธรรมดาให้เป็นอาหารที่เสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง 2) การเป็น Gluten-Free 100% โดยธรรมชาติ เพราะใช้ข้าวกล้องเป็นฐาน ไม่ใช้แป้งสาลีเลย จึงปลอดภัยสำหรับทุกคนที่มีความไวต่อกลูเตน และ 3) สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6 เดือน ด้วยการควบคุมความชื้นอย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องใช้วัตถุกันเสีย

ผลิตภัณฑ์นี้จึงไม่ใช่แค่อาหารทางเลือก แต่คือหลักฐานว่าวิทยาศาสตร์อาหารสมัยใหม่กับภูมิปัญญาเกษตรกรรมไทยสามารถเดินไปด้วยกันได้ ทุกจานของเส้นพาสตาข้าวกล้องเสริมผักใบเขียวนี้ คือการดูแลสุขภาพที่ไม่ต้องฝืนใจ อร่อยได้ สบายใจได้ และดีต่อร่างกายได้พร้อมกันในคราวเดียว

นวัตกรรม : พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม
เลขที่คำขอ : 2203001697
รางวัล : รางวัลเหรียญทอง และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน “2022 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE)”
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: facebook.com/reel/2135913633921963/

ที่เกี่ยวข้อง

  • นวัตกรรมแห่งความเยาว์วัย ออร์คิด เอสเซน บูสเตอร์ แอนไทน์ เอจจิ้ง พลัส+

    ย้อนกลับ ในโลกของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ กล้วยไม้ช้างกระ (Rhynchostylis gigantea) ดอกไม้ป่าที่ผลิบานเพียงปีละครั้ง ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และยังคงความสดใสของกลีบดอกได้อย่างยาวนานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน คุณสมบัติอันน่าทึ่งนี้คือแรงบันดาลใจที่ทำให้นักวิจัยตั้งคำถามว่า หากนำพลังแห่งการกักเก็บความสมบูรณ์นี้มาสู่ผิวพรรณมนุษย์ได้ ผลลัพธ์จะวิเศษเพียงใด.ผิวของเราต้องเผชิญอยู่สองตัวการหลัก ได้แก่ อนุมูลอิสระ และเอนไซม์อีลาสเทส (Elastase) ซึ่งทำหน้าที่ทำลายโครงสร้างอีลาสตินในชั้นผิว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยตามวัย แต่ความท้าทายที่แท้จริงของเราไม่ได้อยู่แค่การหาสารสกัดมาต่อกรกับปัญหานี้ แต่อยู่ที่ข้อจำกัดของกระบวนการสกัดแบบดั้งเดิม ที่มักทำลายสารสำคัญอันบอบบางและทำให้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของกล้วยไม้ช้างกระจางหายไประหว่างกระบวนการ.เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคนี้ เราจึงใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราโซนิกความถี่สูง (High-Frequency Ultrasonic Extraction) ซึ่งทำงานโดยสลายผนังเซลล์พืชอย่างนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ช่วยให้สามารถสกัดสารฟีนอลิก (Phenolic compounds) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ในปริมาณที่เข้มข้นกว่าวิธีทั่วไป และยังลดระยะเวลาในการสกัดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนสามารถรักษากลิ่นหอมตามธรรมชาติของดอกกล้วยไม้ช้างกระไว้ได้อย่างครบถ้วน.ผลลัพธ์ของการค้นคว้าทั้งหมดจึงเกิดผลิตภัณฑ์ ออร์คิด เอสเซน บูสเตอร์ แอนไทน์ เอจจิ้ง พลัส สกินแคร์ที่อุดมด้วยสารฟีนอลิกจากกล้วยไม้ช้างกระ ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งเอนไซม์อีลาสเทส เพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอยได้อย่างตรงจุด ยิ่งไปกว่านั้น ผลิตภัณฑ์ยังผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist Tested) เป็นเครื่องยืนยันทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพ.นวัตกรรม : ออร์คิด เอสเซน บูสเตอร์ แอนไทน์ เอจจิ้ง พลัส+เลขที่อนุสิทธิบัตร : 16991รางวัล :…

  • วิถีแห่งพฤกษาผสานนวัตกรรมคลื่นเสียง สู่ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ

    ย้อนกลับ ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera พืชสีเขียวมรกตที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาอันเลื่องลือ ทว่าในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและการดูแลสุขภาพต้องก้าวเดินไปพร้อมกัน การบริโภคว่านหางจระเข้ในรูปแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบและความต้องการคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ “ผลิตภัณฑ์เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ” ที่มิใช่เพียงเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น แต่คือผลลัพธ์ของการผนวกศาสตร์แห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรม หัวใจสำคัญของการยกระดับผลิตภัณฑ์นี้คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของการผลิตแบบเดิม ด้วยการนำนวัตกรรม เทคนิคคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound-Assisted Extraction) เข้ามาเป็นกระบวนการหลักในการสกัดสารสำคัญ โดยคลื่นเสียงจะทำหน้าที่สั่นสะเทือนเพื่อเปิดโครงสร้างเซลล์ของว่านหางจระเข้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ทำให้สามารถดึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด โดยยังคงความบริสุทธิ์ ปราศจากสารเคมีตกค้าง และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในระดับสูง ผลลัพธ์ที่ได้คือผลิตภัณฑ์ที่ผสานความสุนทรีย์ในการเคี้ยวจากเนื้อว่านหางจระเข้แท้ เข้ากับคุณค่าจากสารสกัดวุ้นว่านหางจระเข้ กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานที่สมบูรณ์แบบทั้งรสสัมผัสและสรรพคุณ จากการวิจัยพบว่ากระบวนการสกัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ สามารถคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีค่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ที่ร้อยละ 23.27 ± 1.3 ตัวเลขนี้คือดัชนีชี้วัดสำคัญที่ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพในการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และสร้างสมดุลให้กับร่างกาย นอกจากนี้การผสานสารสกัดเข้มข้นยังช่วยทวีคูณอานุภาพแห่งการฟื้นฟูให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ตั้งแต่การสมานแผลในกระเพาะอาหารอย่างอ่อนโยน การเสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่ง ไปจนถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก ผลิตภัณฑ์เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มที่ผ่านกรรมวิธีคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ จึงเป็นมากกว่าอาหารพร้อมทาน แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจที่ผสานภูมิปัญญาธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่แสวงหาความสมดุลของสุขภาพและการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิดที่ว่า “สุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่ยั่งยืน” นวัตกรรม : เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพเลขที่คำขอ : 2303002978รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทองแดง และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน…

  • นวัตกรรมใส ไร้ขีดจำกัด นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์

    ย้อนกลับ ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มคือการสร้างสิ่งที่ดีต่อร่างกายโดยไม่ต้องสูญเสียความอร่อย น้ำดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์คือคำตอบหนึ่งสำหรับโจทย์นั้น ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่มีอุปสรรคสำคัญคือมันไม่ละลายน้ำ ทำให้การนำมาผสมในเครื่องดื่มใสทำได้ยากมาก นอกจากนี้ยังเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงหรืออากาศ นักวิจัยจึงต้องหาทางแก้ปัญหานี้ในระดับโมเลกุลวิธีการที่ได้ผลคือการจับไลโคปีนเข้ากับเบต้ากลูแคน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะห่อหุ้มและพาไลโคปีนให้ละลายน้ำได้ โครงสร้างคอมเพล็กซ์นี้ยังช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้คงฤทธิ์ได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำดื่มใสหอมกลิ่นเมลอนที่บรรจุสารต้านอนุมูลอิสระไว้เต็มเปี่ยม ดื่มง่าย อีกทั้งยังเสริมคุณค่าจากเบต้ากลูแคน เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา เจลลี่และกัมมี่เพื่อสุขภาพ น้ำเชื่อมสำหรับคาเฟ่ ไปจนถึงนมพืชที่ต้องการเสริมสารอาหารโดยไม่ทำลายเนื้อสัมผัสสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือนวัตกรรมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้บริโภคเลือกระหว่างความอร่อยกับสุขภาพ แต่มอบทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคต นวัตกรรม : นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์เลขที่คำขอ : 2001006377, 2403000571ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1503015878072393

  • นวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์

    ย้อนกลับ ในวงการแพทย์และอุตสาหกรรม ถุงมือยางธรรมชาติทำหน้าที่เหมือนผิวหนังชั้นที่สองที่คอยปกป้องมือผู้สวมใส่จากสิ่งสกปรกและสารอันตราย แต่เบื้องหลังการปกป้องนั้นกลับซ่อนปัญหาที่หลายคนมองข้าม การสวมถุงมือยางแนบสนิทกับผิวหนังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองเนื่องจากการแพ้โปรตีนในน้ำยางธรรมชาติ ซึ่งมีอาการตั้งแต่เป็นผื่นคันจนกระทั่งการแพ้รุนแรงได้ นอกจากนี้พื้นผิวของถุงมือเองก็ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียที่เกิดการสัมผัสขณะใช้งาน และเป็นขยะติดเชื้อเมื่อใช้งานแล้ว คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เราจะปรับปรุงวัสดุธรรมชาตินี้ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างไร คำตอบมาจากการผสานวิทยาศาสตร์พื้นผิวเข้ากับนาโนเทคโนโลยี โดยนำพอลิเมทิลเมทาคริเลต หรือ PMMA ผสมเข้าไปในแผ่นฟิล์มยางธรรมชาติ ผลที่ได้คือพื้นผิวของถุงมือมีความขรุขระในระดับจุลภาคเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดพื้นที่สัมผัสระหว่างผิวหนังกับเนื้อยาง ลดความเสี่ยงของการแพ้โปรตีนน้ำยางในนวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์ ยิ่งไปกว่านั้น การเสริมอนุภาคนาโนซิลเวอร์เข้าไปในโครงสร้างวัสดุยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอนุภาคเหล่านี้ทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียโดยตรง ผลการทดสอบยืนยันให้เห็นชัดเจน การผสม PMMA เพียงอย่างเดียวเพิ่มค่าความขรุขระพื้นผิวได้ 6.5% แต่เมื่อใช้ร่วมกับนาโนซิลเวอร์ ค่าดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นถึง 16% และนาโนซิลเวอร์ในสัดส่วนเพียง 1% ก็สามารถยับยั้งเชื้อ S. aureus และ E. coli ได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 8 ชั่วโมง ถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์ จึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์ป้องกันทั่วไป แต่เป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนข้อจำกัดของวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นจุดแข็ง มอบทั้งความปลอดภัย ความสบาย และสุขอนามัยที่เชื่อถือได้ให้กับผู้ใช้งานทุกคน นวัตกรรม : ถุงมือยางธรรมชาติเลขที่อนุสิทธิบัตร : 14741รางวัล : รางวัลเหรียญทองแดง…

  • นวัตกรรมฟิล์มชีวภาพเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร

    ย้อนกลับ ในยุคที่อุตสาหกรรมอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายระดับโลก 2 ประการที่ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องเผชิญคือ วิกฤตขยะอาหาร (Food Waste) จากการเน่าเสียก่อนเวลาอันควร และมลภาวะจากพลาสติกที่ใช้ในการบรรจุภัณฑ์ แม้พลาสติกแบบดั้งเดิมจะทำหน้าที่ปกป้องอาหารได้ดีเยี่ยม แต่กลับทิ้งขยะให้เป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อมไว้นานนับร้อยปี โลกจึงต้องการหาบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ถนอมอาหารให้สดใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ต้องสลายตัวคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ แม้ที่ผ่านมาจะมีการพัฒนาพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ข้อจำกัดสำคัญที่มักพบคือ พลาสติกชีวภาพเหล่านั้นยังขาดคุณสมบัติในการยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์อาหารสดมักถูกจุลินทรีย์ทำให้เสื่อมสภาพและสูญเสียมูลค่าทางการตลาดอย่างรวดเร็ว ความท้าทายขั้นสูงสุดจึงอยู่ที่การผสานความรักษ์โลกเข้ากับเทคโนโลยีการถนอมอาหารขั้นสูงให้อยู่ในแผ่นฟิล์มบาง ๆ เพียงแผ่นเดียว จากความท้าทายดังกล่าว นำมาสู่การค้นพบและพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ฟิล์มพลาสติกชีวภาพถนอมอาหาร หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือการเลือกใช้วัสดุฐานจากธรรมชาติอย่าง พอลิแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งสกัดได้จากจุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลคติก (Lactic Acid Bacteria) ทำให้ตัวฟิล์มมีความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรต่อกระบวนการทางชีวภาพ แต่สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ คือการยกระดับโครงสร้างระดับนาโน โดยการผสานโครงสร้างไฮบริดคอปเปอร์ซิงค์ออกไซด์ (Hybrid Copper-Zinc Oxide) ลงไปในแผ่นฟิล์มอย่างแม่นยำ การผสานโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์นี้ สร้างจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ได้ดังนี้1) โครงสร้างไฮบริดคอปเปอร์ซิงค์ออกไซด์ที่ถูกปรับปรุงลงในแผ่นฟิล์ม ทำหน้าที่เป็นป้องกันระดับนาโนที่ทำงานแบบ Active Packaging ตัววัสดุไม่เพียงแต่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น แต่ยังคงคุณสมบัติหลักในการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) ทำให้เป็นนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ2) กลไกของอนุภาคคอปเปอร์และซิงค์ออกไซด์มีฤทธิ์ในการต่อต้านและยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์…

  • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ : การยกระดับ “อาราบิกาไทย” สู่ Functional Drink

    ย้อนกลับ ท่ามกลางกระแส Health & Wellness ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้ง “สุนทรียรส” และ “คุณประโยชน์เชิงหน้าที่” งานวิจัยชิ้นนี้ เราได้มุ่งเน้นการพัฒนา กาแฟปรุงสำเร็จ 3 in 1 สูตรพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับกาแฟอาราบิกาจากภาคเหนือของไทยผสานเข้ากับนวัตกรรมทางอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม.📌 Key Highlights:1. ใบบัวบกผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-dry) ซึ่งเป็นกระบวนการไม่ใช้ความร้อน ช่วยรักษาองค์ประกอบธรรมชาติและกลิ่นรสได้ดี เหมาะสำหรับนำไปผสมในกาแฟผงเพื่อเพิ่มคุณค่าและความหอมกลมกล่อม2. การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเราได้นำนวัตกรรม “ไฟเบอร์ธรรมชาติจากกากรำข้าว” มาเสริมด้วยแคลเซียม ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้านระบบขับถ่ายและกระดูกแล้ว ยังเป็นการการสร้างมูลค่าให้กับผลพลอยได้ทางการเกษตรตามแนวคิด Zero Waste อีกด้วย3. การผสานสุนทรียรสคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิกาคุณภาพสูงจากภาคเหนือ ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล กลิ่นหอมละมุน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งความพึงพอใจในรสชาติและประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด 💡ผลงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟไทยให้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องดื่มกระตุ้นความสดชื่น สู่การเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว นวัตกรรม : กาแฟปรุงสำเร็จชนิด 3 in 1 เสริมสารสกัดจากใบบัวบกและแคลเซียมเลขที่คำขอ : 2403001939ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7…