นวัตกรรมผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียม ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่

image

แคลเซียม เป็นแร่ธาตุหลักที่จำเป็นต่อการสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูกและฟันของมนุษย์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคบางกลุ่มมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งแคลเซียมจากนมวัว เนื่องจากมีปัญหาภาวะการย่อยแลคโตส (Lactose Intolerance) หรือ มีวิถีชีวิตการบริโภคอาหารแบบมังสวิรัติ หรือแม้แต่ข้อจำกัดในการดูดซึมแคลเซียมสังเคราะห์ที่มักมีสารตกค้างและอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร จากปัญหาดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดวิเคราะห์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

ผักพื้นบ้านอย่างเช่น กวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ไม่ได้เป็นแค่วัตถุดิบในจานผัดน้ำมันหอย แต่ผักทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยแคลเซียมธรรมชาติที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ทั่วไป ที่เรียกว่า Bioavailability สูง หรือพูดง่ายๆ ว่า “รับประทานแคลเซียมธรรมชาติเข้าไปแล้วร่างกายสามารถนำไปใช้ได้จริง” เมื่อนำผักทั้ง 3 ชนิดมาผสมผสานกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสาร Anthocyanin ให้สารสีม่วง ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ได้สูตรขนมขบเคี้ยวที่เสริมสร้างและป้องกันทั้งกระดูก ฟัน และเซลล์ในร่างกาย

จากแนวคิดและแรงบันดาลใจนี้ ได้ถูกต่อยอดผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การอาหาร จนได้ “ผลิตภัณฑ์ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียมผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่” นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ในรูปแบบของแผ่นวาฟเฟิลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นทางนวัตกรรมที่แตกต่างจากขนมขบเคี้ยวแบบเดิมๆ ดังนี้
1. เป็นแหล่งรวมแคลเซียมธรรมชาติที่ได้จากผักกวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ผ่านกระบวนการผลิตอันทันสมัย ทำให้แคลเซียมยังคงสภาพความสามารถในการละลายและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกและฟันได้อย่างแท้จริง
2. วาฟเฟิลแบบดั้งเดิมมีส่วนส่วนแป้งสาลี ซึ่งผู้บริโภคบางท่านแพ้กลูเตน แต่ด้วยสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่มีแป้งสาลีเป็นส่วนผสม จึงเป็นกลูเตนฟรี (Gluten-Free) นอกจากนี้ไม่มีกะทิ และไม่เติมน้ำตาล ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ปราศจากสารก่อภูมิแพ้หลัก ปลอดภัยต่อระบบเผาผลาญ และเป็นมิตรต่อทั้งผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก และกลุ่มมังสวิรัติ

ผลิตภัณฑ์ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียมผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ของว่างหรือขนมขบเคี้ยว แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติ มาผสานเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอาหารสมัยใหม่ เป็นการเพิ่มแคลเซียมบริสุทธิ์จากใบเขียวสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่รับประทานง่าย อร่อย และอุดมไปด้วยคุณประโยชน์อย่างยั่งยืน


นวัตกรรม : ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียม ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่
เลขที่คำขอ : 2203001712
รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญเงิน งาน “2022 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE)”
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/946659591226657/

ที่เกี่ยวข้อง

  • ปฏิวัติการยืดอายุพืชผลเกษตรด้วยนวัตกรรม “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน”

    ย้อนกลับ ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร ความสดใหม่คือมูลค่าที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเผชิญมาตลอดคือการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ การสุกงอมที่เร็วเกินไป หรือการสูญเสียน้ำหนักที่ทำให้ผลผลิตดูไม่น่ารับประทาน เดิมทีการเคลือบผิวผักผลไม้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่นิยม แต่บ่อยครั้งสารเคลือบเหล่านั้นกลับทิ้งปัญหาไว้ เช่น คราบขาวที่ไม่สวยงาม ความเหนียวเหนอะหนะ หรือความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค การพัฒนานวัตกรรมนี้ เริ่มจากการนำเทคโนโลยีระดับนาโนมาประยุกต์ใช้ จนเกิดเป็น “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน” (Nanocellulose Emulsion) นวัตกรรมวัสดุเคลือบผิวชีวภาพที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แนวคิดหลักคือการสร้างผิวให้กับผักและผลไม้ โดยใช้อนุภาคนาโนเซลลูโลสทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการกักเก็บสารสำคัญ จุดเด่นที่เหนือกว่าสารเคลือบทั่วไปอยู่ที่นวัตกรรมการกักเก็บสารออกฤทธิ์ เช่น โพลีโคซานอล (Policosanol) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) โดยเฉพาะโพลีโคซานอลที่จะถูกดูดซับอยู่บนพื้นผิวอนุภาคระดับนาโนเมตร ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผลผลิตจากการสูญเสียน้ำหนักสด ทำให้ผลไม้ยังคงความเต่งตึงและสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น นวัตกรรมนี้ไม่ได้เพียงแค่เคลือบแต่ยังทำหน้าที่รักษาด้วยการผนวกไคโตซานเข้าไปในระบบอิมัลชัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเกิดโรคในผักผลไม้หลังเก็บเกี่ยวและชะลอการเน่าเสียได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญงานวิจัยนี้ได้แก้ Pain Point เดิมของผู้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติของฟิล์มที่บางเบาและมีความสม่ำเสมอ จึงลดปัญหาการเหนียวติด หรือการเกิดคราบขาว ที่มักพบบนผิวผักผลไม้จากการใช้สารเคลือบแบบเก่า ทำให้ผลผลิตดูสะอาด สวยงาม และน่ารับประทาน ทั้งในกลุ่มผักสด ผลไม้สด ไปจนถึงผลไม้แปรรูป นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน จึงไม่ใช่เพียงแค่น้ำยาเคลือบผิว แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยยืดเวลาแห่งความสดใหม่ ช่วยลดขยะอาหารจากการเน่าเสีย และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและแท้จริง.Key…

  • นวัตกรรมเยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า

    ย้อนกลับ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) พืชสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในฐานะผู้เยียวยาและปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารมหาศาล การนำภูมิปัญญาจากความสมบูรณ์ของทั้งสองแหล่งนี้มาบรรจบกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแห่งอนาคต แม้วัตถุดิบทั้งสองชนิดนี้จะมีสรรพคุณที่ชัดเจน แต่ความท้าทายสำคัญในโลกปัจจุบันคือเราจะส่งมอบวัตถุดิบเหล่านี้ให้เข้าถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างไร ในยุคที่ผู้คนต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่พกพาสะดวก รับประทานง่าย และมีรสสัมผัสที่รื่นรมย์ ในขณะเดียวกัน กระบวนการแปรรูปก็จะต้องไม่ทำลายสารสำคัญทางชีวภาพอันบอบบางเหล่านั้นทิ้งไป การนำเสนอในรูปแบบเดิม ๆ จึงอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต จากโจทย์ที่ท้าทาย สู่การรังสรรค์นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การอาหารที่ก้าวล้ำ นักวิจัยได้ดึงเอาศักยภาพของสาหร่ายสไปรูลิน่าออกมาในรูปแบบของ ไบโอพอลิเมอร์ (Biopolymer) ซึ่งเป็นสารประกอบชีวภาพที่อัดแน่นไปด้วยสรรพคุณทางยา นำมาผสานเข้ากับเนื้อสัมผัสอันนุ่มนวล ชุ่มชื้น และเป็นมิตรต่อกระเพาะอาหารของว่านหางจระเข้ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่ก้าวข้ามกรอบของขนมทานเล่น สู่การเป็นอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ที่ดูแลสุขภาพ ผลลัพธ์จากการบูรณาการทางวิทยาศาสตร์นี้ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นทางนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าทึ่ง1) ไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) ต้านทานไวรัส (antiviral) และต้านแบคทีเรีย (antibacterial)2) การทำงานผสานกับเนื้อว่านหางจระเข้แท้ ช่วยปลอบประโลมและส่งเสริมให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความสมดุลจากภายในสู่ภายนอก3) นวัตกรรมส่วนผสมไบโอพอลิเมอร์ในรูปแบบเยลลี่นี้ ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในผลิตภัณฑ์อาหารอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย…

  • นวัตกรรมสิ่งทอนาโนคอมโพสิตโพลิเมอร์หน่วงไฟ เพื่อความปลอดภัยระดับอุตสาหกรรม

    ย้อนกลับ ในโลกอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวัสดุเเละนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สร้างสรรค์ออกมาจากเเนวคิดเเละการคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์มากมายในปัจจุบัน วัสดุบางชนิดมีความเป็นอันตรายจากการลุกไหม้ได้ง่ายเนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เเละการดับไฟที่ติดเเล้วของวัสดุดังกล่าวนี้ทำได้ยากมาก เนื่องจากเป็นวัสดุบางชนิดมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนเเละสามารถสนับสนุนให้ไฟที่ลุกติดเเล้วมีความรุนเเรงเเละลุกลามไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น มีสมบัติเส้นใย มีองค์ประกอบคาร์บอนสูง มีความพรุนของ ผิววัสดุสูง ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะลุกติดไฟเเละลุกลามก่อให้เกิดอันตรายที่รุนเเรงตามไปด้วย โดยเฉพาะต่อทรัพย์สิน สิ่งเเวดล้อมเเละมนุษย์ ทั้งที่อยู่ในรูปความร้อน เปลวไฟ ประกายไฟ เเรงดันจากการระเบิดของวัสดุที่เผาไหม้ เเละก๊าซพิษต่างๆ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้วัสดุนั้นๆ สำหรับบุคลากรที่ทำงานอยู่บนความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นนักดับเพลิงที่ต้องเผชิญหน้ากับเพลิงไหม้ พ่อครัวที่ทำงานในครัวหรือผู้ที่ทำงานอุตสาหกรรม หรือช่างผู้เชี่ยวชาญหน้าเตาหลอมเเละอื่น ๆ ล้วนมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากเพลิงไหม้ ดังที่กล่าวมาข้างต้น แม้ความปลอดภัยจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอ ซึ่งการเข้าถึงอุปกรณ์ควบคุมเเละป้องกันไฟที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มีราคาแพง ส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าสารหน่วงไฟและสิ่งทอชนิดพิเศษจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในการป้องกันเพลิงไหม้ ซึ่งความเหลื่อมล้ำทางต้นทุนนี้ไม่เพียงเป็นภาระหนักของภาคธุรกิจ แต่ยังสร้างข้อจำกัดในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ข้อจำกัดนี้อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ จากความมุ่งมั่นที่จะลดข้อจำกัดด้านต้นทุน และยกระดับความปลอดภัยของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการนำนวัตกรรมมาผสานเข้ากับเส้นใยผ้า ผลลัพธ์ที่ได้คือนวัตกรรม “นวัตกรรมผ้าทนไฟ สำหรับเหตุฉุกเฉินในอุตสาหกรรม” ซึ่งผลการศึกษามีผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างเกราะป้องกันระดับโมเลกุลด้วยการเคลือบชั้นฟิล์มบางระดับนาโน ลงบนผิวของเส้นใยผ้าโดยตรง ชั้นฟิล์มที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านี้ ทำหน้าที่เป็นฉนวนที่เปลี่ยนผ้าทอธรรมดาให้กลายเป็นชุดป้องกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงนวัตกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานวิจัย แต่คือทางออกที่ยั่งยืนแห่งอนาคต ด้วยจุดเด่นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่1) ชั้นฟิล์มนาโนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทนไฟและหน่วงไฟได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผ้าทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้ดียิ่งขึ้น2) เมื่อเผชิญเหตุฉุกเฉิน…

  • นวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เครื่องดื่มพรีไบโอติกมาตรฐานโลก

    ย้อนกลับ รู้ในยุคที่กระแสสุขภาพทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของ Functional Foods ประเทศไทยในฐานะเมืองเกษตรกรรมกลับต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องมูลค่าผลผลิตที่ตกต่ำ โดยเฉพาะ กล้วยหอม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีผลผลิตส่วนเกินและราคาผันผวนตามฤดูกาล คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจึงได้เล็งเห็นโอกาสในการนำกล้วยหอมซึ่งเป็นวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มาแปรรูปเป็นผง รวมทั้งเพิ่มคุณค่าด้วยแป้งกล้วยน้ำว้าดิบซึ่งเป็นพรีไบโอติก ช่วยสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้ และงาขี้ม่อน ซูเปอร์ฟู้ดจากภาคเหนือของไทย มาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งความยั่งยืนของเกษตรกรและสุขภาวะของผู้บริโภค โจทย์สำคัญของการพัฒนาเครื่องดื่มชนิดผงคือจะรักษาคุณค่าทางโภชนาการที่ไวต่อความร้อนให้คงอยู่ได้อย่างไร ซึ่งการอบแห้งแบบดั้งเดิมมักทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และลดประสิทธิภาพของพรีไบโอติก อีกทั้งปัญหาเรื่องการละลายน้ำที่ยากทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร นอกจากนี้ ยังเป็นความพยายามในการเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยหอมเกรดที่ไม่สามารถส่งออกได้ เพื่อลดขยะหลังการเก็บเกี่ยว นักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีการทำแห้งแบบโฟม (Foam Mat Drying – FMD) ซึ่งช่วยเปลี่ยนส่วนผสมให้เป็นผงที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ทำให้ผลิตภัณฑ์ละลายน้ำได้ดีเยี่ยมกว่าการทำแห้งทั่วไป และสามารถกักเก็บสารอาหารสำคัญไว้ได้อย่างครบถ้วน นวัตกรรมชิ้นนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบของอาหาร แต่เป็นการส่งมอบพลังแห่งธรรมชาติ ผ่านจุดเด่นที่เหนือกว่า ได้แก่ (1) ธาตุเหล็กสูง (High Iron) ด้วยคุณสมบัติของงาขี้ม่อนที่เข้มข้น ทำให้หนึ่งหน่วยบริโภคให้ธาตุเหล็กสูง ช่วยเสริมสร้างระบบขนส่งออกซิเจนและภูมิคุ้มกันร่างกาย และ (2) พรีไบโอติกสูง (High Prebiotic) แป้งกล้วยหอมดิบอุดมไปด้วยแป้งทนต่อการย่อย (Resistant Starch) ทำหน้าที่เป็นอาหารให้จุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ส่งเสริมระบบขับถ่ายและสุขภาพทางเดินอาหารอย่างยั่งยืน นวัตกรรมเครื่องดื่มกล้วยหอมผงกึ่งสำเร็จรูปเสริมงาขี้ม่อน มิได้เป็นเพียงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่เป็นโมเดลธุรกิจแบบ Omnichannel…

  • นวัตกรรมชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิก วิถีแห่งธรรมชาติสู่นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

    ย้อนกลับ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ สวนมะม่วงอินทรีย์ที่ปราศจากสารเคมี ที่ซึ่งต้นมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน ดินที่อุดมสมบูรณ์และแสงแดดที่พอเหมาะได้บ่มเพาะให้ต้นมะม่วงเติบโตอย่างแข็งแรง แต่คุณค่าของมะม่วงสายพันธุ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผลไม้ที่หอมหวาน ความลับแห่งสุขภาพยังซ่อนอยู่ที่ใบ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ ในยุคที่วิถีชีวิตเร่งรีบ นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ภาวะน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง รวมถึงความเหนื่อยล้าสะสมและการอักเสบในระดับเซลล์ ผู้บริโภคต่างมองหาเครื่องดื่มที่ไม่เพียงแต่ช่วยดับกระหาย แต่ต้องทำหน้าที่ช่วยป้องกันโรคและฟื้นฟูร่างกาย คำตอบของความท้าทายนี้ เริ่มต้นจากการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเจาะจง โดยเลือกใช้เพียงใบแก่ลำดับที่ 5-7 จากปลายกิ่งของมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้าเท่านั้น ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเป็นช่วงวัยของใบที่สะสมสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไว้สูงสุด จากนั้นนำใบที่ได้ไปผ่านกระบวนการหมักชาแบบชาเขียว ที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลาอย่างแม่นยำ เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ คงความสดใสของสีใบ กักเก็บความหอม และที่สำคัญที่สุดคือ การคงคุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระไว้ให้ได้มากที่สุด จุดเด่นที่ทำให้นวัตกรรมชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิกนี้เป็นยิ่งกว่าเพียงเครื่องดื่มทั่วไป คือ การต้านอนุมูลอิสระ ฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์สูง การดื่มชาชนิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มความสดชื่นและทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าจากความเหนื่อยล้า แต่มีแนวโน้มในการช่วย ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ต้านการอักเสบภายในร่างกาย และมีฤทธิ์ลดเบาหวาน ชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิก จึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือตัวแทนของความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ที่เปลี่ยนผลิตผลพลอยได้ทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มอบทั้งสุนทรียภาพในการดื่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับผู้บริโภคในทุก ๆ วัน นวัตกรรม : ชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิกเลขที่อนุสิทธิบัตร : 25802ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม…

  • ยกระดับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ด้วยนวัตกรรมแป้งต้านอนุมูลอิสระ

    ย้อนกลับ ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “สุนทรียภาพแห่งรสชาติ” และ “คุณประโยชน์ทางโภชนาการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้รักสุขภาพ ทีมวิจัยของเราได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าว ด้วยการนำ “ไลโคปีน” (Lycopene) สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังจากธรรมชาติ มาเป็นกุญแจสำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำไลโคปีนมาใช้ในกระบวนการแปรรูปอาหารนั้นมีความซับซ้อนสูง ทั้งปัญหาการละลายน้ำที่ทำได้ยาก และความไม่คงตัวของสารอาหารเมื่อโดนความร้อน เพื่อแก้ไข Pain Point ดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงเลือกใช้นวัตกรรม “สารประกอบเชิงซ้อนอนุภาคกักเก็บสารอาหารในระดับโมเลกุล” (Molecular Inclusion Complex) เข้ามาประยุกต์ใช้กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันทางโครงสร้างในระดับจุลภาค เพื่อกักเก็บโมเลกุลของไลโคปีนเอาไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ ทำให้ไลโคปีนที่เคยละลายน้ำยาก กลับมามีคุณสมบัติในการละลายน้ำที่ดีเยี่ยมและมีความคงตัวสูง แม้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน✨ Key Highlights & Innovations:1. ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแป้งที่เติมไลโคปีนจากผักและผลไม้ในรูปแบบทั่วไปถึง 3 เท่า2. การปรับโครงสร้างโมเลกุลช่วยให้สารมีชีวปริมาณออกฤทธิ์สูง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น3. สารออกฤทธิ์ชีวภาพมีความคงตัวสูงต่อสภาพแวดล้อม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาโดยที่คุณค่าทางสารอาหารไม่สูญสลาย นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ แต่คือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารเพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนเบเกอรี่ให้เป็นมากกว่าแค่ความอร่อย แต่คือแหล่งของสารอาหารที่ช่วยดูแลร่างกายได้อย่างยั่งยืน ชื่อนวัตกรรม : แป้งต้านอนุมูลอิสระเลขอนุสิทธิบัตร: 17577รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญเงิน…