• สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมประชุมชี้แจงเป้าหมายงบ ววน. ปี 2571 เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตต์วิมล คล้ายสุบรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรพัสนันท์ เดชประสิทธิโชค รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และบุคลากรสถาบันวิจัยและพัฒนา เข้าร่วมการประชุมชี้แจงเป้าหมายการสนับสนุนงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และแนวทางการจัดทำคำของบประมาณของหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ อาคารอิมแพ็คฟอรัม เมืองทองธานี การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการจัดสรรงบประมาณ ววน. ประจำปี 2571 ทั้งในส่วนของทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund: FF) และทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Development Fund) โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง การสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ไร้รอยต่อ ตลอดจนการบริหารจัดการและติดตามประเมินผลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จะนำกรอบนโยบาย ทิศทาง และหลักเกณฑ์การจัดทำคำของบประมาณดังกล่าวมาถ่ายทอดและบูรณาการร่วมกับนักวิจัยของมหาวิทยาลัย…

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนา ครั้งที่ 8(22)/2569

    สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนา ครั้งที่ 8(22)/2569 โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานการประชุม ในการนี้ มี ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.จิตต์วิมล คล้ายสุบรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงเนตร ธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานวัตกรรม พร้อมทั้งผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรสถาบันวิจัยและพัฒนา เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระการประชุมสำคัญ ดังนี้ รายงานความก้าวหน้า Journal of Food Health and Bioenvironmental Sciences รายงานความก้าวหน้า Journal of Multidisciplinary in Social Sciences รายงานความก้าวหน้า ASEAN Journal of Education รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ รายงานการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติงานของสถาบันวิจัยและพัฒนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การสนับสนุนเงินรางวัลสำหรับการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานในวารสารวิจัยหรือวิชาการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รายงานผลการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาหาร…

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ครั้งที่ 6(8)/2569

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ครั้งที่ 6(8)/2569 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมกาหลา ชั้น 3 โรงแรมสวนดุสิต เพลส โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธาน สำหรับวาระสำคัญประกอบด้วย การแสดงเจตนารมณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน, การติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการฯ และการติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยทุน Fundamental Fund ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 10 เดือน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีนักวิจัยเข้าร่วมนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการวิจัยรวมทั้งสิ้น 5 โครงการ #RDISDU#SDU#มหาวิทยาลัยสวนดุสิต#สถาบันวิจัยและพัฒนา#ResearchDevelopmentInstitute

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ครั้งที่ 5(7)/2569

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ครั้งที่ 5(7)/2569 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมกาหลา ชั้น 3 โรงแรมสวนดุสิต เพลส โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญดังนี้ การขับเคลื่อนเครือข่ายวิจัยผ่านกิจกรรม SDU Research Club, การแสดงเจตนารมณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน, การติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการฯ และการติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยทุน Fundamental Fund ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 10 เดือน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีนักวิจัยเข้าร่วมนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการวิจัยรวมทั้งสิ้น 9 โครงการ #RDISDU#SDU#มหาวิทยาลัยสวนดุสิต#สถาบันวิจัยและพัฒนา#ResearchDevelopmentInstitute#SuandusitUniversity

  • ประชาสัมพันธ์ การเข้าร่วมส่งข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุน ASEAN Science, Technology and Innovation Fund (ASTIF) 2026

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวน คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต/นักศึกษา เข้าร่วมส่งข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุน ASEAN Science, Technology and Innovation Fund (ASTIF) 2026 สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ได้แจ้งผ่านมายังสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน สำหรับปีนีเน้นด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการสมัครได้ที่ https://astnet.asean.org/astif/ ทั้งนี้โปรดจัดส่งข้อเสนอโครงการ ตามแบบฟอร์มที่กำหนดจำนวน 1 ชุด พร้อมหนังสือนำจากต้นสังกัด และเอกสารอื่น ๆ ไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ทางไปรษณีย์ รวมถึงทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ asean@mhesi.go.th, thanaporn.n@mhesi.go.th  และสำเนาถึง plaiphan.s@mhesi.go.th  ภายในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 ติดต่อผู้ประสานงานได้ที่ นางสาวธนพร นวลนุกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ โทรศัพท์ 0 2610 5408 รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) แผนงานอาหารบนรากฐานแห่งความเชี่ยวชาญด้วยการปฏิบัติ อย่างประณีต ครั้งที่ 6(8)/2569

    สถาบันวิจัยและพัฒนา จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตามและประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) แผนงานอาหารบนรากฐานแห่งความเชี่ยวชาญด้วยการปฏิบัติอย่างประณีต ครั้งที่ 6(8)/2569 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตต์วิมล คล้ายสุบรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระการประชุมพิจารณาติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 10 เดือน จำนวน 6 โครงการ การประชุมจัดขึ้นในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมหอมขจร (ห้อง 226) อาคาร 2 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  #RDISDU#SDU#มหาวิทยาลัยสวนดุสิต#สถาบันวิจัยและพัฒนา#ResearchDevelopmentInstitute#SuandusitUniversity

  • ประชาสัมพันธ์ จดหมายข่าว วช. ปีที่ 21 ฉบับที่ 184 ประจำเดือน กรกฎาคม 2569

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวน คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต/นักศึกษา รับทราบข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรม จาก “จดหมายข่าว วช.” ปีที่ 21 ฉบับที่ 184 ประจำเดือน กรกฎาคม 2569 จัดทำโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรมและเพื่อเผยแพร่บทความผลงานวิจัยและนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์คิดค้นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนผู้สนใจ สามารถเข้าชมและดาวน์โหลดไฟล์ “จดหมายข่าว วช.” ดังกล่าว ได้ที่ https://nrct.go.th/newsletter และขอความอนุเคราะห์ท่านตอบแบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อการพัฒนา “จดหมายข่าว วช. ประจำปีงบประมาณ 2569 ได้ที่ https://forms.gle/khgcE1EJiBhaLxuSAและสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ โทร. 0 2579 1370-9 และ 0 2561 2445 ต่อ 853 โทรสาร 0 2579 0431 รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

  • ปลดล็อกคุณค่าแห่งไลโคปีน สู่นวัตกรรมเครื่องดื่มน้ำผลไม้รวมเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคน

    ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่โดดเด่นเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายมิติ ทั้งช่วยลดการอักเสบและมีส่วนช่วยต้านมะเร็ง แต่ถึงแม้จะมีประโยชน์มากมาย การนำไลโคปีนมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลับมีความท้าทายสูง เนื่องจากไลโคปีนมีข้อจำกัดทางธรรมชาติคือ เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดดและออกซิเจน อีกทั้งยังไม่ละลายน้ำ ทำให้มักจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปมากในระหว่างขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษา . ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ โดยนำไลโคปีนที่สกัดได้จากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว มาผ่านเทคโนโลยีการสร้างสารประกอบเชิงซ้อน (Complexation) ร่วมกับเบต้า-กลูแคน ซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ธรรมชาติ เทคโนโลยีนี้ช่วยปรับโครงสร้างให้ไลโคปีนสามารถกระจายตัวและละลายในน้ำได้ดีขึ้นอย่างมาก และมีความคงตัวที่ยาวนาน โดยโครงสร้างของเบต้า-กลูแคน จะช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้สารอาหารมีความคงตัว ไม่เสื่อมสภาพง่าย และยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง สูตรนี้ยังเลือกใช้อิริทริทอล (Erythritol) เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอีกด้วย . นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเชิงหน้าที่ (Functional food ingredient) โดยทำหน้าที่พาคุณประโยชน์ของทั้งไลโคปีนและเบต้า-กลูแคนเข้าสู่ร่างกาย ผลิตภัณฑ์นี้มุ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการรับประโยชน์จากไลโคปีนแต่ไม่ชื่นชอบกลิ่นหรือรสชาติของมะเขือเทศ . ในด้านการนำไปประยุกต์ใช้จริง สารประกอบเชิงซ้อนนี้สามารถนำไปผสมผสานในกระบวนการผลิตน้ำผลไม้รวม โดยผ่านขั้นตอนการทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenization) และการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) จนออกมาเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งสามารถคงคุณค่าของสารออกฤทธิ์ไว้ได้อย่างครบถ้วนตลอดอายุการวางจำหน่าย นับเป็นความสำเร็จในการเปลี่ยนข้อจำกัดทางกายภาพให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งดื่มง่าย อร่อย และอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างแท้จริง . นวัตกรรม : เครื่องดื่มน้ำผลไม้รวมเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคน…

  • นวัตกรรมแห่งการปกป้องผิว ครีมกันแดดยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ

    แสงแดดคือแหล่งกำเนิดพลังงานที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันรังสียูวีก็เป็นภัยเงียบที่คอยทำร้ายผิวพรรณของเราทุกวัน แม้หลายคนจะพยายามปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด แต่ปัญหาความร่วงโรยก่อนวัยก็ยังคงกวนใจอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen ทั่วไป ที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์ (ZnO) และไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2) มักมีข้อบกพร่อง คือเมื่ออนุภาคเหล่านี้ดูดกลืนรังสียูวี จะเกิดปฏิกิริยาปลดปล่อยอนุมูลอิสระออกมาบนผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายคอลลาเจน ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำซ้ำซ้อน กลายเป็นว่าสิ่งที่เราใช้ปกป้องผิว กลับมีส่วนทำร้ายผิวเสียเอง.ทีมนักวิจัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการครีมกันแดด ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นผิวของอนุภาคโลหะออกไซด์ (ZnO และ TiO2) โดยใช้วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อผิวมาเคลือบในลักษณะฟิล์มบางระดับนาโน นวัตกรรมนี้ช่วยยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ ในขณะที่ตัวสารกำลังดูดกลืนรังสียูวีได้อย่างเด็ดขาด ทำให้ผิวไม่ถูกทำร้ายจากกลไกของสารกันแดด นอกจากนี้ โครงสร้างพิเศษดังกล่าวยังมอบการปกป้องที่ครอบคลุม ทั้งรังสี UVA, UVB และช่วงแสงสีน้ำเงิน (Blue Light) จากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.ไม่เพียงแค่ป้องกันแสงจากภายนอก แต่ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วย ไลโคปีนคอมเพล็กซ์ชนิดละลายน้ำได้ (Water-Soluble Lycopene Complex) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก สารสกัดนี้จะทำหน้าที่ช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เล็ดลอดมาจากมลภาวะแวดล้อม พร้อมฟื้นบำรุงผิวให้คงความกระจ่างใสและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ.นวัตกรรมชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น สกินแคร์ปกป้องผิวประจำวัน ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ กลุ่มคนเมืองและวัยทำงาน ที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดด มลภาวะ และแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอตลอดวัน กลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องการชะลอวัย ที่ต้องการปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัยอย่างจริงจัง และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย…

  • ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากกากชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า เปลี่ยนไอศกรีมให้เป็นมากกว่าความอร่อย

    ไอศกรีมมักถูกจดจำในฐานะขนมหวานที่มอบความสุข ความอร่อย และความสดชื่นในทุกครั้งที่ลิ้มลอง แต่ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาหารจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบสนองความอร่อยเท่านั้น หากยังสามารถพัฒนาให้มีคุณค่าและสอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนได้.แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากกากชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า โดยนำกากชีวมวลที่เหลือจากกระบวนการสกัดสารซี-ไฟโคไซยานินกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง เนื่องจากวัตถุดิบดังกล่าวยังคงมีองค์ประกอบทางโภชนาการและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ จึงมีศักยภาพในการต่อยอดเป็นส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือก.นวัตกรรมนี้ใช้เทคโนโลยีการสกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิก เพื่อช่วยปลดปล่อยสารสำคัญจากกากชีวมวล ก่อนนำสารสกัดที่ได้มาเสริมในไอศกรีม ผลการทดสอบพบว่า ไอศกรีมที่พัฒนาขึ้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH โดยมีค่าการยับยั้งเท่ากับร้อยละ 52.47 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดจากกากชีวมวลสไปรูลิน่าในการใช้เป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ในผลิตภัณฑ์อาหาร.นอกจากผลการทดสอบด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้ว สารสกัดจากกากชีวมวลสไปรูลิน่ายังช่วยสร้างสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สีสังเคราะห์ในสูตรที่พัฒนาขึ้น ทำให้ไอศกรีมสูตรนี้ผสานความอร่อย คุณค่าจากวัตถุดิบชีวภาพ และแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าไว้ด้วยกัน.ในมุมของการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความอร่อยควบคู่กับวัตถุดิบจากธรรมชาติและแนวคิดความยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นเมนูสร้างสรรค์ในคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือธุรกิจบริการอาหารที่ต้องการนำเสนอเมนูที่แตกต่างและมีเรื่องราวด้านการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบชีวภาพ.นวัตกรรมนี้จึงเป็นตัวอย่างของการนำกากชีวมวลจากกระบวนการสกัดสารซี-ไฟโคไซยานินกลับมาเพิ่มมูลค่า และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เชื่อมโยงระหว่าง ความอร่อย คุณค่าจากวัตถุดิบธรรมชาติ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างน่าสนใจ.นวัตกรรม : ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลิน่าเลขที่คำขอ : 2103002824รางวัล :รางวัลเหรียญเงิน และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New products” (iENA 2023)ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1076034611520084/