ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ เมื่อโภชนาการและพัฒนาการเดินไปด้วยกัน

image

ท่านเคยสังเกตไหมว่า เวลาเด็กๆ กินขนม สิ่งที่ผู้ปกครองกังวลมักเป็น 2 เรื่อง คือ “ประโยชน์” และ “ความปลอดภัย” แต่จะดีกว่าไหม…ถ้าของว่างที่เด็กชอบมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและช่วยส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมกัน

จากคำถามง่ายๆ สู่นวัตกรรม

“ถ้าช่วงเวลากินขนม ไม่ใช่แค่มื้อเล็กๆระหว่างวัน แต่เป็นโอกาสของการเรียนรู้ด้วย จะดีแค่ไหน?”

คำถามนี้นำไปสู่การพัฒนา “ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ” ที่ออกแบบโดยผสมผสานหลักเทคโนโลยีการแปรรูป โภชนาการ และจิตวิทยาพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงทั้ง2 มิติ คือ “คุณภาพ” และ “ประสบการณ์”
มิติที่ 1: คุณภาพ: โภชนาการที่เหมาะสมกับวัย
เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายในช่วงวัยนี้ เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องใช้สารกันเสีย ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าขนมที่ลูกรับประทานมีคุณภาพ
มิติที่ 2: การส่งเสริมพัฒนาการผ่านประสบการณ์
ขนาดพอดีคำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กต้องใช้นิ้วหยิบจับด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่หยิบขนมเข้าปาก คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานงานระหว่างตากับมือ ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะการช่วยเหลือตัวเองในอนาคต พร้อมสร้างความมั่นใจ และฝึกทักษะการรับประทานอาหารแบบไม่รู้ตัว
Highlight
1) วัตถุดิบคุณภาพ
2) คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย
3) เนื้อสัมผัสที่ได้จากเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะกับช่วงวัย
4) ขนาดพอดีคำช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก
5) เก็บรักษาได้นาน ปราศจากวัตถุกันเสีย

เมื่อทุกคำที่เคี้ยว มีทั้งคุณค่าและความหมาย นวัตกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อให้ “ช่วงเวลาว่าง” ของเด็กมีประโยชน์มากขึ้น ผ่านขนมขบเคี้ยวที่มีการออกแบบและผสมผสานโภชนาการที่เหมาะสมกับวัยเข้ากับการส่งเสริมพัฒนาการ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการให้ทุกมื้อเล็กๆ มีส่วนช่วยในการเติบโตและเสริมสร้างพัฒนาการของลูก

ชื่อนวัตกรรม: ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ สำหรับเด็กปฐมวัย
เลขที่คำขอ: 2403002042, 2403002043, 2403002044, 2403002045, 2403002075
รางวัล: เหรียญทอง งาน “2024 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE)”
ติดต่อสอบถาม: หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร. 02-244-5286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/2381119065681845/

ที่เกี่ยวข้อง

  • กาแฟผสมสำเร็จรูปชนิด 3- in-1

    ย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์ กาแฟผสมสำเร็จรูปชนิด 3- in-1 ผู้วิจัย  ผศ.ดร.วราภรณ์ วิทยาภรณ์ สังกัด โรงเรียนการเรือน ประโยชน์ กาแฟผสมสำเร็จรูป 3 in 1 ที่ผสมไอโซฟลาโวนจากจมูกถั่วเหลือง ซึ่งไอโซฟลาโวนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ บรรเทาอาการวัยทอง ช่วยเพิ่มความคงตัวของกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และลำไส้ รางวัล CAI Award Invention & Innovation ในงาน The International Trade Fair for Ideas, Inventions and New Products ค.ศ. 2018 เลขที่จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญา 1801004688 ผู้ประกอบการขออนุญาตใช้สิทธิ์    บริษัท เวลเนส อินโนเวทีฟ เซ็นเตอร์ จำกัด

  • |

    ซอสพริกผงกึ่งสำเร็จรูป นวัตกรรมอาหารเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตยุคใหม่

    ย้อนกลับ ซอสพริกนับเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้มีความสมบูรณ์แบบ แต่ในยุคที่ผู้คนเดินทางและขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ซอสพริกแบบดั้งเดิมนั้นมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของน้ำหนักที่มาก อายุการเก็บรักษาที่จำกัดหากปราศจากสารกันบูด และความยุ่งยากในการพกพา ข้อจำกัดเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ท้าทายให้เราตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ความฉ่ำ ความหอม และความเผ็ดร้อนของซอสพริกยังคงอยู่ครบถ้วน ในรูปแบบที่เบาบาง เก็บได้นาน และพร้อมเดินทางไปทุกที่.คำตอบของความท้าทายนี้ไม่ได้อยู่ที่การต้มให้แห้งหรือคั่วด้วยความร้อนสูง ซึ่งจะทำลายเอกลักษณ์ของรสชาติ แต่คือการประยุกต์ใช้นวัตกรรม การทำแห้งแบบโฟมแมท (Foam-Mat Drying) กระบวนการนี้เริ่มต้นอย่างประณีตด้วยการนำซอสพริกมาตีให้เกิดฟองละเอียดเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส ก่อนนำไปอบแห้ง จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของนวัตกรรมนี้คือ การใช้อุณหภูมิที่ไม่สูงซึ่งช่วยถนอมคุณภาพอาหารและลดการเกิดปฏิกิริยาสีน้ำตาล (Browning Reaction) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ซอสพริกผง ที่ยังคงรักษาสีสันที่สดใส และกักเก็บสารให้กลิ่นรสอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ราวกับปรุงสุกใหม่ ๆ.นอกจากความโดดเด่นเรื่องการรักษากลิ่นและสีแล้ว นวัตกรรมนี้ยังมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมเมื่อถึงมือผู้ใช้งาน ด้วยโครงสร้างผงที่มีรูพรุนจากการตีฟอง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถดูดน้ำกลับคืนได้เร็วผู้บริโภคเพียงแค่เติมน้ำอุ่นลงไป ผงซอสพริกก็จะคืนรูปกลับมาเป็นซอสที่มีความหนืด สีสัน และรสชาติเหมือนต้นตำรับในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในมิติใหม่ ๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นผงหมักเนื้อสัตว์ ผงโรยปรุงรสบนอาหารทอด หรือแม้แต่เป็นส่วนผสมในแป้งทอดกรอบและขนมขบเคี้ยว.ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบา เก็บรักษาได้นาน และใช้งานสะดวก ซอสพริกผงกึ่งสำเร็จรูปจึงตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร (B2B) เช่น ร้านอาหารหรือสายการบินที่ต้องการควบคุมมาตรฐานรสชาติและลดต้นทุนโลจิสติกส์ กลุ่มนักเดินทางที่ต้องการพกพาเครื่องปรุงรสที่คุ้นเคยไปแคมป์ปิ้งหรือต่างประเทศโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของเหลวหกเลอะเทอะ ไปจนถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วในการทำอาหารที่บ้าน.นวัตกรรมซอสพริกผงจากเทคโนโลยีโฟมแมท จึงไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาข้อจำกัดของซอสพริกแบบเดิม ๆ…

  • |

    นวัตกรรมใส ไร้ขีดจำกัด นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์

    ย้อนกลับ ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มคือการสร้างสิ่งที่ดีต่อร่างกายโดยไม่ต้องสูญเสียความอร่อย น้ำดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์คือคำตอบหนึ่งสำหรับโจทย์นั้น ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่มีอุปสรรคสำคัญคือมันไม่ละลายน้ำ ทำให้การนำมาผสมในเครื่องดื่มใสทำได้ยากมาก นอกจากนี้ยังเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงหรืออากาศ นักวิจัยจึงต้องหาทางแก้ปัญหานี้ในระดับโมเลกุลวิธีการที่ได้ผลคือการจับไลโคปีนเข้ากับเบต้ากลูแคน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะห่อหุ้มและพาไลโคปีนให้ละลายน้ำได้ โครงสร้างคอมเพล็กซ์นี้ยังช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้คงฤทธิ์ได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำดื่มใสหอมกลิ่นเมลอนที่บรรจุสารต้านอนุมูลอิสระไว้เต็มเปี่ยม ดื่มง่าย อีกทั้งยังเสริมคุณค่าจากเบต้ากลูแคน เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา เจลลี่และกัมมี่เพื่อสุขภาพ น้ำเชื่อมสำหรับคาเฟ่ ไปจนถึงนมพืชที่ต้องการเสริมสารอาหารโดยไม่ทำลายเนื้อสัมผัสสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือนวัตกรรมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้บริโภคเลือกระหว่างความอร่อยกับสุขภาพ แต่มอบทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคต นวัตกรรม : นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์เลขที่คำขอ : 2001006377, 2403000571ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1503015878072393

  • |

    นวัตกรรมก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

    ย้อนกลับ รู้หรือไม่?ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตส้มโอรายใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแปรรูป แต่มักมีเปลือกส้มโอหลงเหลือทิ้งไว้เป็นจำนวนมหาศาล สิ่งที่ดูเหมือนเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ กลับมีคุณค่าทางโภชนาการชั้นเยี่ยมที่รอให้เราค้นพบ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กคือวัฒนธรรมอาหารที่คนไทยคุ้นเคยมาตลอด แต่มีจุดอ่อนที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือคาร์โบไฮเดรตสูงและใยอาหารต่ำ ทำให้คนรักสุขภาพหลายคนต้องบอกลาเมนูโปรดนี้ไป โจทย์จึงตกมาที่นักวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้อาหารธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยไม่ต้องสูญเสียรสชาติที่คุ้นเคย คำตอบอยู่ที่ “เปลือกส้มโอ” ของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปที่ไม่มีใครสนใจ ทีมวิจัยนำสิ่งเหล่านี้มาสกัดเป็นใยอาหารบริสุทธิ์คุณภาพสูง แล้วผสานเข้าไปในเนื้อเส้นก๋วยเตี๋ยว ผลลัพธ์คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ที่เปลี่ยนทุกคำที่กินให้ดูแลสุขภาพลำไส้ไปพร้อมกัน นวัตกรรมนี้ไม่ได้แค่ยกระดับเมนูโปรดของคนไทย แต่ยังเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตรให้มีคุณค่า แก้ปัญหาขยะและสุขภาพได้ในคราวเดียว นวัตกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ใน 2 มิติ ได้แก่ 1) การเสริมใยอาหารจากส้มโอช่วยเพิ่มใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้สูงถึงร้อยละ 9.44 ซึ่งช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับถ่าย ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ในเมนูอาหารที่คุ้นเคย 2) ด้วยแนวคิด Zero Waste การนำกากส้มโอมาใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง เกื้อหนุนเกษตรกรรายย่อย และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติของใยอาหารจากส้มโอ ทั้งการอุ้มน้ำ การสร้างเนื้อสัมผัส และต้นทุนที่เข้าถึงได้ จึงสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมนี้สู่อุตสาหกรรมอาหารในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไฟเบอร์ กักเก็บความชุ่มชื้น และลดความแห้งกระด้างของเนื้อขนมปังหรือคุกกี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ทำหน้าที่เป็นสารปรับปรุงโครงสร้างเพื่อสร้างความฉ่ำน้ำและเนื้อสัมผัสที่สมจริงยิ่งขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plant-based หรือเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ จึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่…

  • |

    นวัตกรรมแห่งการปกป้องผิว ครีมกันแดดยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ

    ย้อนกลับ แสงแดดคือแหล่งกำเนิดพลังงานที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันรังสียูวีก็เป็นภัยเงียบที่คอยทำร้ายผิวพรรณของเราทุกวัน แม้หลายคนจะพยายามปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด แต่ปัญหาความร่วงโรยก่อนวัยก็ยังคงกวนใจอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen ทั่วไป ที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์ (ZnO) และไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2) มักมีข้อบกพร่อง คือเมื่ออนุภาคเหล่านี้ดูดกลืนรังสียูวี จะเกิดปฏิกิริยาปลดปล่อยอนุมูลอิสระออกมาบนผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายคอลลาเจน ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำซ้ำซ้อน กลายเป็นว่าสิ่งที่เราใช้ปกป้องผิว กลับมีส่วนทำร้ายผิวเสียเอง.ทีมนักวิจัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการครีมกันแดด ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นผิวของอนุภาคโลหะออกไซด์ (ZnO และ TiO2) โดยใช้วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อผิวมาเคลือบในลักษณะฟิล์มบางระดับนาโน นวัตกรรมนี้ช่วยยับยั้งการปลดปล่อยอนุมูลอิสระ ในขณะที่ตัวสารกำลังดูดกลืนรังสียูวีได้อย่างเด็ดขาด ทำให้ผิวไม่ถูกทำร้ายจากกลไกของสารกันแดด นอกจากนี้ โครงสร้างพิเศษดังกล่าวยังมอบการปกป้องที่ครอบคลุม ทั้งรังสี UVA, UVB และช่วงแสงสีน้ำเงิน (Blue Light) จากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.ไม่เพียงแค่ป้องกันแสงจากภายนอก แต่ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วย ไลโคปีนคอมเพล็กซ์ชนิดละลายน้ำได้ (Water-Soluble Lycopene Complex) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก สารสกัดนี้จะทำหน้าที่ช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เล็ดลอดมาจากมลภาวะแวดล้อม พร้อมฟื้นบำรุงผิวให้คงความกระจ่างใสและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ.นวัตกรรมชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น สกินแคร์ปกป้องผิวประจำวัน ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ กลุ่มคนเมืองและวัยทำงาน ที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดด มลภาวะ และแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอตลอดวัน กลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องการชะลอวัย ที่ต้องการปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัยอย่างจริงจัง…

  • |

    นํ้าไซเดอร์พร้อมดื่มจากข้าว ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยขมิ้นชัน

    ย้อนกลับ ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจและแหล่งอาหารหลักของคนไทย อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี ส่วนขมิ้นชันเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณในการบำบัดรักษามาช้านาน ภายในขมิ้นชันประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า เคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ แม้เคอร์คูมินอยด์จะมีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย แต่ในมุมมองของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์กลับพบอุปสรรคชิ้นใหญ่ ซึ่งสารชนิดนี้มีธรรมชาติที่ไม่ละลายน้ำและขาดความคงตัว สลายตัวได้ง่ายใน สภาพแวดล้อม หรือเมื่ออยู่ในรูปแบบของเหลว รวมทั้งกลิ่นที่รุนแรงของขมิ้น และการตะกอน ข้อจำกัดนี้ทำให้การนำสารสกัดจากขมิ้นชันมาผสานลงในเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) กลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายนักวิจัยและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างยาวนาน จากข้อจำกัดดังกล่าว จึงเกิดแรงบันดาลใจในการคิดค้นกระบวนการและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของสารสกัดโดยตรง ด้วยจุดเด่นสำคัญ 3 ประการ1) ด้วยกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้เคอร์คูมินอยด์จากขมิ้นชันละลายน้ำได้ดีเยี่ยมและมีความคงตัวสูงในสภาวะของเหลว2) สามารถรักษาเคอร์คูมินอยด์ให้คงอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้นานกว่า 1 ปี โดยที่ฤทธิ์ทางชีวภาพสำคัญ เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยังคงครบถ้วนสมบูรณ์3) เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างหลากหลาย ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีกลิ่นหอมและรสชาติดื่มง่าย พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยในตลาดโลก.จากการค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราได้สร้างสรรค์เครื่องดื่มที่มากกว่าแค่ดับกระหาย นํ้าไซเดอร์พร้อมดื่มจากข้าวไทย ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยขมิ้นชัน คือการนำพลังของน้ำส้มไซเดอร์หมักจากแป้งข้าว ที่ดูแลระบบนิเวศในลำไส้ มาจับคู่กับสารต้านอนุมูลอิสระจากเคอร์คูมินอยด์จากขมิ้นชัน ที่ผู้บริโภคจึงได้รับทั้งความสดชื่น รสชาติที่ดื่มง่าย และคุณประโยชน์ด้านสุขภาพที่ได้รับการการันตีด้วยวิทยาศาสตร์ว่าคงอยู่จริงตั้งแต่วันแรกจนตลอดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์นี้คือภาพสะท้อนของการนำ ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาบรรจบกับนวัตกรรมล้ำสมัย เป็นการยกระดับแป้งข้าวและขมิ้นชันไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเชิงรุก ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ นวัตกรรม : นํ้าไซเดอร์พร้อมดื่มจากข้าว ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยขมิ้นชันเลขที่คำขอ : 2203003073รางวัลระดับนานาชาติ :…