• ปฏิวัติรูปแบบความอร่อย…ด้วยนวัตกรรมผงไข่มุกสไปรูลิน่า

    ภายใต้ความเรียบง่ายของสิ่งมีชีวิตโบราณอย่าง “สาหร่ายสไปรูลิน่า” (Spirulina) หลายท่านอาจคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของอาหารเสริมสีเขียวเข้ม แต่แท้จริงแล้ว ภายในนั้นซ่อนความมหัศจรรย์ทางชีวภาพที่ล้ำค่ายิ่งกว่า นั่นคือ “ซี-ไฟโคไซยานิน” (C-Phycocyanin) รงควัตถุสีฟ้าบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง โจทย์ท้าทายของงานวิจัยชิ้นนี้ คือ ทำอย่างไรให้เราสามารถนำคุณค่าจากธรรมชาติ มาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารได้อย่างรื่นรมย์และทันสมัย? นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมผงไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปเสริมซี-ไฟโคไซยานินจากสาหร่ายสไปรูลิน่า ผลงานที่ผสานศาสตร์แห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้นำเทคนิคขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การอาหารอย่าง สเฟียริฟิเคชัน (Spherification) ที่นิยมใช้ในร้านอาหารระดับ Fine Dining มาประยุกต์ใช้ โดยผ่านการควบคุมสภาวะการผลิตอย่างแม่นยำด้วยวิธี Taguchi Method เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่เม็ดไข่มุก เราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ ผงกึ่งสำเร็จรูป (Semi-finished Powder) ทำไมสิ่งนี้จึงเรียกว่าการ “ปฏิวัติ” รูปแบบความอร่อย?1. ไข่มุกสีฟ้าครามที่ได้ ไม่ใช่แค่สีสันสังเคราะห์ แต่คือสีธรรมชาติจาก C-Phycocyanin มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสะ ต้านการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และชะลอวัย2. ประสบการณ์ที่คุณสร้างเองได้ เพราะมาในรูปแบบผง ทำให้จัดเก็บง่าย ยืดอายุการใช้งาน และที่สำคัญคือ ผู้บริโภคสามารถสนุกกับการเนรมิตไข่มุกสดได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เปลี่ยนครัวธรรมดาให้เป็นห้องทดลองความอร่อย3. เป็นท็อปปิ้งในชานม เครื่องดื่มสุขภาพ ตกแต่งหน้าไอศกรีม หรือประดับบนขนมไทยร่วมสมัย ไข่มุกสีฟ้านี้ก็พร้อมเปลี่ยนเมนูเดิม…

  • นวัตกรรมเครื่องดื่มสุขภาพด้วยนาโนแคปซูล “เปลี่ยนความเผ็ดร้อน เป็นพลังแห่งความสดชื่น”

    แคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารสำคัญที่พบได้ในพริก มีคุณสมบัติในการช่วยเผาผลาญพลังงานและส่งเสริมระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม การนำประโยชน์เหล่านี้มาสู่ผู้บริโภคในรูปแบบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลับพบอุปสรรคสำคัญ 2 ประการ คือ ธรรมชาติของแคปไซซินที่ไม่สามารถละลายน้ำได้และความเผ็ดร้อนที่รุนแรงจนอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเมื่อดื่ม นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อทลายกำแพงข้อจำกัดนี้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จในงานวิจัยนี้ คือการพัฒนาเทคโนโลยี “การกักเก็บสารด้วยอนุภาคนาโน” (Nano-encapsulation) โดยคณะผู้วิจัยได้เลือกใช้โปรตีนไฮโดรไลเซตจากถั่วเหลือง มาทำหน้าที่เป็นวัสดุห่อหุ้มสารสกัดแคปไซซิน กระบวนการนี้อาศัยหลักการทางเคมีฟิสิกส์ที่ให้โมเลกุลของโปรตีนเข้าไปจับกับโมเลกุลของแคปไซซินผ่านแรงไฮโดรโฟบิก สร้างเป็นเกราะป้องกันในระดับอนุภาคนาโน ผลลัพธ์ที่ได้คือนวัตกรรมสารกักเก็บที่เปลี่ยนสถานะของแคปไซซินให้สามารถละลายน้ำได้ดีขึ้น และมีความคงตัวสูง ไม่เกิดการตกตะกอนแยกชั้นเมื่อนำไปผสมในเครื่องดื่ม นอกจากนี้โครงสร้างของโปรตีนยังช่วยลดทอนความรู้สึกเผ็ดร้อนแสบปากในทันทีที่สัมผัสลิ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถดื่มได้ง่ายยิ่งขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “ม็อกเทลลูกหม่อนผสมแคปไซซิน” ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะทางรสชาติระหว่างความหวานอมเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมัลเบอร์รี่ (ลูกหม่อน) เข้ากับความเผ็ดร้อนระดับละมุนของสารสกัดพริกที่ผ่านการกักเก็บ กลายเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพทุกเพศทุกวัย ในแง่ของโภชนาการ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแก้กระหาย แต่เป็น Functional Drink ที่ทรงประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติของแคปไซซินที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ผสานกับโปรตีนจากถั่วเหลืองที่ใช้เป็นวัสดุกักเก็บ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และอนุภาคนาโนช่วยนำพาสาระสำคัญเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยมีกลไกสำคัญในการช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง 🌶 นวัตกรรม : ม็อกเทลลูกหม่อนผสมแคปไซซิน📝 เลขที่คำขอ : 2403001934🥉 รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทองแดง…

  • วิถีแห่งพฤกษาผสานนวัตกรรมคลื่นเสียง สู่ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ

    ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera พืชสีเขียวมรกตที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาอันเลื่องลือ ทว่าในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและการดูแลสุขภาพต้องก้าวเดินไปพร้อมกัน การบริโภคว่านหางจระเข้ในรูปแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบและความต้องการคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ “ผลิตภัณฑ์เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ” ที่มิใช่เพียงเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น แต่คือผลลัพธ์ของการผนวกศาสตร์แห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรม หัวใจสำคัญของการยกระดับผลิตภัณฑ์นี้คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของการผลิตแบบเดิม ด้วยการนำนวัตกรรม เทคนิคคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound-Assisted Extraction) เข้ามาเป็นกระบวนการหลักในการสกัดสารสำคัญ โดยคลื่นเสียงจะทำหน้าที่สั่นสะเทือนเพื่อเปิดโครงสร้างเซลล์ของว่านหางจระเข้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ทำให้สามารถดึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด โดยยังคงความบริสุทธิ์ ปราศจากสารเคมีตกค้าง และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในระดับสูง ผลลัพธ์ที่ได้คือผลิตภัณฑ์ที่ผสานความสุนทรีย์ในการเคี้ยวจากเนื้อว่านหางจระเข้แท้ เข้ากับคุณค่าจากสารสกัดวุ้นว่านหางจระเข้ กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานที่สมบูรณ์แบบทั้งรสสัมผัสและสรรพคุณ จากการวิจัยพบว่ากระบวนการสกัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ สามารถคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีค่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ที่ร้อยละ 23.27 ± 1.3 ตัวเลขนี้คือดัชนีชี้วัดสำคัญที่ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพในการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และสร้างสมดุลให้กับร่างกาย นอกจากนี้การผสานสารสกัดเข้มข้นยังช่วยทวีคูณอานุภาพแห่งการฟื้นฟูให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ตั้งแต่การสมานแผลในกระเพาะอาหารอย่างอ่อนโยน การเสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่ง ไปจนถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก ผลิตภัณฑ์เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มที่ผ่านกรรมวิธีคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ จึงเป็นมากกว่าอาหารพร้อมทาน แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจที่ผสานภูมิปัญญาธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่แสวงหาความสมดุลของสุขภาพและการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิดที่ว่า “สุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่ยั่งยืน” นวัตกรรม : เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพเลขที่คำขอ : 2303002978รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทองแดง และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน “The…

  • ปฏิวัติการยืดอายุพืชผลเกษตรด้วยนวัตกรรม “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน”

    ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร ความสดใหม่คือมูลค่าที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเผชิญมาตลอดคือการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ การสุกงอมที่เร็วเกินไป หรือการสูญเสียน้ำหนักที่ทำให้ผลผลิตดูไม่น่ารับประทาน เดิมทีการเคลือบผิวผักผลไม้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่นิยม แต่บ่อยครั้งสารเคลือบเหล่านั้นกลับทิ้งปัญหาไว้ เช่น คราบขาวที่ไม่สวยงาม ความเหนียวเหนอะหนะ หรือความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค การพัฒนานวัตกรรมนี้ เริ่มจากการนำเทคโนโลยีระดับนาโนมาประยุกต์ใช้ จนเกิดเป็น “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน” (Nanocellulose Emulsion) นวัตกรรมวัสดุเคลือบผิวชีวภาพที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แนวคิดหลักคือการสร้างผิวให้กับผักและผลไม้ โดยใช้อนุภาคนาโนเซลลูโลสทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการกักเก็บสารสำคัญ จุดเด่นที่เหนือกว่าสารเคลือบทั่วไปอยู่ที่นวัตกรรมการกักเก็บสารออกฤทธิ์ เช่น โพลีโคซานอล (Policosanol) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) โดยเฉพาะโพลีโคซานอลที่จะถูกดูดซับอยู่บนพื้นผิวอนุภาคระดับนาโนเมตร ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผลผลิตจากการสูญเสียน้ำหนักสด ทำให้ผลไม้ยังคงความเต่งตึงและสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น นวัตกรรมนี้ไม่ได้เพียงแค่เคลือบแต่ยังทำหน้าที่รักษาด้วยการผนวกไคโตซานเข้าไปในระบบอิมัลชัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเกิดโรคในผักผลไม้หลังเก็บเกี่ยวและชะลอการเน่าเสียได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญงานวิจัยนี้ได้แก้ Pain Point เดิมของผู้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติของฟิล์มที่บางเบาและมีความสม่ำเสมอ จึงลดปัญหาการเหนียวติด หรือการเกิดคราบขาว ที่มักพบบนผิวผักผลไม้จากการใช้สารเคลือบแบบเก่า ทำให้ผลผลิตดูสะอาด สวยงาม และน่ารับประทาน ทั้งในกลุ่มผักสด ผลไม้สด ไปจนถึงผลไม้แปรรูป นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน จึงไม่ใช่เพียงแค่น้ำยาเคลือบผิว แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยยืดเวลาแห่งความสดใหม่ ช่วยลดขยะอาหารจากการเน่าเสีย และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและแท้จริง.Key Highlights1)…

  • ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ เมื่อโภชนาการและพัฒนาการเดินไปด้วยกัน

    ท่านเคยสังเกตไหมว่า เวลาเด็กๆ กินขนม สิ่งที่ผู้ปกครองกังวลมักเป็น 2 เรื่อง คือ “ประโยชน์” และ “ความปลอดภัย” แต่จะดีกว่าไหม…ถ้าของว่างที่เด็กชอบมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและช่วยส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมกัน จากคำถามง่ายๆ สู่นวัตกรรม “ถ้าช่วงเวลากินขนม ไม่ใช่แค่มื้อเล็กๆระหว่างวัน แต่เป็นโอกาสของการเรียนรู้ด้วย จะดีแค่ไหน?” คำถามนี้นำไปสู่การพัฒนา “ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ” ที่ออกแบบโดยผสมผสานหลักเทคโนโลยีการแปรรูป โภชนาการ และจิตวิทยาพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงทั้ง2 มิติ คือ “คุณภาพ” และ “ประสบการณ์”มิติที่ 1: คุณภาพ: โภชนาการที่เหมาะสมกับวัยเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายในช่วงวัยนี้ เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องใช้สารกันเสีย ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าขนมที่ลูกรับประทานมีคุณภาพมิติที่ 2: การส่งเสริมพัฒนาการผ่านประสบการณ์ขนาดพอดีคำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กต้องใช้นิ้วหยิบจับด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่หยิบขนมเข้าปาก คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานงานระหว่างตากับมือ ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะการช่วยเหลือตัวเองในอนาคต พร้อมสร้างความมั่นใจ และฝึกทักษะการรับประทานอาหารแบบไม่รู้ตัวHighlight1) วัตถุดิบคุณภาพ2) คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย3) เนื้อสัมผัสที่ได้จากเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะกับช่วงวัย4) ขนาดพอดีคำช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก5) เก็บรักษาได้นาน ปราศจากวัตถุกันเสีย เมื่อทุกคำที่เคี้ยว มีทั้งคุณค่าและความหมาย นวัตกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อให้ “ช่วงเวลาว่าง” ของเด็กมีประโยชน์มากขึ้น ผ่านขนมขบเคี้ยวที่มีการออกแบบและผสมผสานโภชนาการที่เหมาะสมกับวัยเข้ากับการส่งเสริมพัฒนาการ…

  • จากพืชพื้นถิ่นสู่นวัตกรรมชีวภาพ: การปลดล็อกศักยภาพ “บาทาทาซิน” ด้วยเทคโนโลยีไฟโตโซม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

    ท่ามกลางความหลากหลายของผืนป่าไทย เราค้นพบขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่… ไม่ใช่ทองคำ แต่คือ “ว่านพระฉิม” สมุนไพรที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักวิจัยค้นพบว่า ในว่านพระฉิมมีสารสำคัญที่ชื่อว่า “บาทาทาซิน” (Batatasin) ซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่าที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงมาก แต่ธรรมชาติก็สร้างกำแพงกั้นไว้… เพราะสารนี้มีข้อจำกัดเรื่อง “ความบริสุทธิ์” และที่สำคัญคือ “ร่างกายดูดซึมได้ยาก” ทีมวิจัยของเราไม่ได้หยุดแค่การค้นพบ แต่เรามุ่งมั่นที่นำของดีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเราเริ่มต้นที่ต้นน้ำ ด้วยการใช้คลื่นอัลตราโซนิกเข้าไปกระตุ้นเซลล์พืชอย่างนุ่มนวล เพื่อดึงสารบาทาทาซินออกมาให้ได้ความบริสุทธิ์สูงสุด โดยไม่ทำลายโครงสร้างสำคัญ เมื่อได้สารสกัดบริสุทธิ์แล้ว เราจึงนำเทคโนโลยี ไฟโตโซม (Phytosome) เข้ามาแก้ปัญหา ลองจินตนาการว่าสารสำคัญคือผู้โดยสาร VIP และไฟโตโซมคือรถลีมูซีนส่วนตัวที่ห่อหุ้มสารสำคัญด้วยฟอสโฟลิปิด (เลียนแบบผนังเซลล์มนุษย์) ทำหน้าที่เป็นบัตรผ่านทางพิเศษพาบาทาทาซินทะลุผ่านระบบทางเดินอาหาร เข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหลายเท่าตัว Key Highlights1) ค่าชีวประสิทธิผล (Bioavailability) ที่สูงขึ้น ร่างกายจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ2) เป็นทางเลือกใหม่ที่ทรงพลังสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อเราผสานภูมิปัญญาแห่งพืชพันธุ์เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเราสามารถเปลี่ยนสมุนไพรท้องถิ่น ให้กลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน นวัตกรรม : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบาทาทาซินจากว่านพระฉิมเลขที่คำขอ : 403000912รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทอง งาน The 8th…

  • ยกระดับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ด้วยนวัตกรรมแป้งต้านอนุมูลอิสระ

    ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “สุนทรียภาพแห่งรสชาติ” และ “คุณประโยชน์ทางโภชนาการ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้รักสุขภาพ ทีมวิจัยของเราได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าว ด้วยการนำ “ไลโคปีน” (Lycopene) สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังจากธรรมชาติ มาเป็นกุญแจสำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำไลโคปีนมาใช้ในกระบวนการแปรรูปอาหารนั้นมีความซับซ้อนสูง ทั้งปัญหาการละลายน้ำที่ทำได้ยาก และความไม่คงตัวของสารอาหารเมื่อโดนความร้อน เพื่อแก้ไข Pain Point ดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงเลือกใช้นวัตกรรม “สารประกอบเชิงซ้อนอนุภาคกักเก็บสารอาหารในระดับโมเลกุล” (Molecular Inclusion Complex) เข้ามาประยุกต์ใช้กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันทางโครงสร้างในระดับจุลภาค เพื่อกักเก็บโมเลกุลของไลโคปีนเอาไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ ทำให้ไลโคปีนที่เคยละลายน้ำยาก กลับมามีคุณสมบัติในการละลายน้ำที่ดีเยี่ยมและมีความคงตัวสูง แม้ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน✨ Key Highlights & Innovations:1. ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแป้งที่เติมไลโคปีนจากผักและผลไม้ในรูปแบบทั่วไปถึง 3 เท่า2. การปรับโครงสร้างโมเลกุลช่วยให้สารมีชีวปริมาณออกฤทธิ์สูง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น3. สารออกฤทธิ์ชีวภาพมีความคงตัวสูงต่อสภาพแวดล้อม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาโดยที่คุณค่าทางสารอาหารไม่สูญสลาย นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ แต่คือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเบเกอรี่และอาหารเพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนเบเกอรี่ให้เป็นมากกว่าแค่ความอร่อย แต่คือแหล่งของสารอาหารที่ช่วยดูแลร่างกายได้อย่างยั่งยืน ชื่อนวัตกรรม : แป้งต้านอนุมูลอิสระเลขอนุสิทธิบัตร: 17577รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญเงิน งาน…

  • ประชาสัมพันธ์เชิญชวน เข้าร่วมงานการประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ Crises and Opportunities Management Conference National and International: COMCI #6

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวน คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต/นักศึกษา เข้าร่วมงานการประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ “Crises and Opportunities Management Conference National and International: COMCI #6” ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30-16.00 น. รูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting และ VooV Meeting จัดโดยสมาคมอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก และเครือข่ายทางวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนผ่านระบบในช่องทางออนไลน ได้ที่ https://comci.southeast.ac.th/comci6/login  ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569  รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

  • สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ด้านอุตสาหกรรมบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล ครั้งที่ 6/2569

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณ กำกับติดตาม และประเมินผลโครงการทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ด้านอุตสาหกรรมบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล ครั้งที่ 6/2569 โดยมี ผศ.ดร.พิชญ์สินี พุทธิทวีศรี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา เป็นประธานการประชุม มีวาระการประชุม เพื่อพิจารณาติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานมูลฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 10 เดือน ซึ่งมีนักวิจัยเข้าร่วมนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย จำนวน 6 โครงการ การประชุมจัดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมหอมขจร (ห้อง 226) อาคาร 2 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

  • ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานง ใจแน่น อาจารย์ประจำโรงเรียนการเรือน ศูนย์การศึกษาลำปาง

    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานง ใจแน่น อาจารย์ประจำโรงเรียนการเรือน ศูนย์การศึกษาลำปาง ในโอกาสที่ได้รับการสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม โครงการ “การพัฒนาขนมอโยธยา 3 ยุค ให้เป็นผลิตภัณฑ์ของฝากระดับพรีเมียมที่มีโพรไบโอติกและพรีไบโอติกเพื่อสุขภาพ” จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) : การยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง ปี 2569 ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569