ปฏิวัติรูปแบบความอร่อย…ด้วยนวัตกรรมผงไข่มุกสไปรูลิน่า

image

ภายใต้ความเรียบง่ายของสิ่งมีชีวิตโบราณอย่าง “สาหร่ายสไปรูลิน่า” (Spirulina) หลายท่านอาจคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของอาหารเสริมสีเขียวเข้ม แต่แท้จริงแล้ว ภายในนั้นซ่อนความมหัศจรรย์ทางชีวภาพที่ล้ำค่ายิ่งกว่า นั่นคือ “ซี-ไฟโคไซยานิน” (C-Phycocyanin) รงควัตถุสีฟ้าบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง

โจทย์ท้าทายของงานวิจัยชิ้นนี้ คือ ทำอย่างไรให้เราสามารถนำคุณค่าจากธรรมชาติ มาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารได้อย่างรื่นรมย์และทันสมัย? นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมผงไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปเสริมซี-ไฟโคไซยานินจากสาหร่ายสไปรูลิน่า ผลงานที่ผสานศาสตร์แห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน

ทีมวิจัยได้นำเทคนิคขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การอาหารอย่าง สเฟียริฟิเคชัน (Spherification) ที่นิยมใช้ในร้านอาหารระดับ Fine Dining มาประยุกต์ใช้ โดยผ่านการควบคุมสภาวะการผลิตอย่างแม่นยำด้วยวิธี Taguchi Method เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่เม็ดไข่มุก เราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ ผงกึ่งสำเร็จรูป (Semi-finished Powder)

ทำไมสิ่งนี้จึงเรียกว่าการ “ปฏิวัติ” รูปแบบความอร่อย?
1. ไข่มุกสีฟ้าครามที่ได้ ไม่ใช่แค่สีสันสังเคราะห์ แต่คือสีธรรมชาติจาก C-Phycocyanin มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสะ ต้านการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และชะลอวัย
2. ประสบการณ์ที่คุณสร้างเองได้ เพราะมาในรูปแบบผง ทำให้จัดเก็บง่าย ยืดอายุการใช้งาน และที่สำคัญคือ ผู้บริโภคสามารถสนุกกับการเนรมิตไข่มุกสดได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เปลี่ยนครัวธรรมดาให้เป็นห้องทดลองความอร่อย
3. เป็นท็อปปิ้งในชานม เครื่องดื่มสุขภาพ ตกแต่งหน้าไอศกรีม หรือประดับบนขนมไทยร่วมสมัย ไข่มุกสีฟ้านี้ก็พร้อมเปลี่ยนเมนูเดิม ๆ ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ทานได้ทันที

นวัตกรรมผงไข่มุกสไปรูลิน่านี้ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสุขภาพและสุนทรียภาพ สามารถดำเนินไปด้วยกันได้ เป็นการยกระดับวัตถุดิบทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คน และเปิดมิติใหม่ของการบริโภคสาหร่ายสไปรูลิน่าในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

นวัตกรรม : ผงไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปเสริมซี-ไฟโคไซยานินจากสาหร่ายสไปรูลิน่า
เลขที่คำขอ : 2103002393
รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทอง งาน The 8th Chian (Shanghai) International Invention & Innovation EXPO 2025
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/895200633209622/

ที่เกี่ยวข้อง

  • นวัตกรรมผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียม ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่

    ย้อนกลับ แคลเซียม เป็นแร่ธาตุหลักที่จำเป็นต่อการสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูกและฟันของมนุษย์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้บริโภคบางกลุ่มมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งแคลเซียมจากนมวัว เนื่องจากมีปัญหาภาวะการย่อยแลคโตส (Lactose Intolerance) หรือ มีวิถีชีวิตการบริโภคอาหารแบบมังสวิรัติ หรือแม้แต่ข้อจำกัดในการดูดซึมแคลเซียมสังเคราะห์ที่มักมีสารตกค้างและอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร จากปัญหาดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดวิเคราะห์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ผักพื้นบ้านอย่างเช่น กวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ไม่ได้เป็นแค่วัตถุดิบในจานผัดน้ำมันหอย แต่ผักทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยแคลเซียมธรรมชาติที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ทั่วไป ที่เรียกว่า Bioavailability สูง หรือพูดง่ายๆ ว่า “รับประทานแคลเซียมธรรมชาติเข้าไปแล้วร่างกายสามารถนำไปใช้ได้จริง” เมื่อนำผักทั้ง 3 ชนิดมาผสมผสานกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสาร Anthocyanin ให้สารสีม่วง ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ได้สูตรขนมขบเคี้ยวที่เสริมสร้างและป้องกันทั้งกระดูก ฟัน และเซลล์ในร่างกาย จากแนวคิดและแรงบันดาลใจนี้ ได้ถูกต่อยอดผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การอาหาร จนได้ “ผลิตภัณฑ์ผักแผ่นกรอบเสริมแคลเซียมผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่” นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ในรูปแบบของแผ่นวาฟเฟิลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นทางนวัตกรรมที่แตกต่างจากขนมขบเคี้ยวแบบเดิมๆ ดังนี้1. เป็นแหล่งรวมแคลเซียมธรรมชาติที่ได้จากผักกวางตุ้ง โหระพา และคะน้า ผ่านกระบวนการผลิตอันทันสมัย ทำให้แคลเซียมยังคงสภาพความสามารถในการละลายและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกและฟันได้อย่างแท้จริง2. วาฟเฟิลแบบดั้งเดิมมีส่วนส่วนแป้งสาลี ซึ่งผู้บริโภคบางท่านแพ้กลูเตน แต่ด้วยสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่มีแป้งสาลีเป็นส่วนผสม…

  • ซอสพริกผงกึ่งสำเร็จรูป นวัตกรรมอาหารเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตยุคใหม่

    ย้อนกลับ ซอสพริกนับเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้มีความสมบูรณ์แบบ แต่ในยุคที่ผู้คนเดินทางและขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ซอสพริกแบบดั้งเดิมนั้นมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของน้ำหนักที่มาก อายุการเก็บรักษาที่จำกัดหากปราศจากสารกันบูด และความยุ่งยากในการพกพา ข้อจำกัดเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ท้าทายให้เราตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ความฉ่ำ ความหอม และความเผ็ดร้อนของซอสพริกยังคงอยู่ครบถ้วน ในรูปแบบที่เบาบาง เก็บได้นาน และพร้อมเดินทางไปทุกที่.คำตอบของความท้าทายนี้ไม่ได้อยู่ที่การต้มให้แห้งหรือคั่วด้วยความร้อนสูง ซึ่งจะทำลายเอกลักษณ์ของรสชาติ แต่คือการประยุกต์ใช้นวัตกรรม การทำแห้งแบบโฟมแมท (Foam-Mat Drying) กระบวนการนี้เริ่มต้นอย่างประณีตด้วยการนำซอสพริกมาตีให้เกิดฟองละเอียดเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส ก่อนนำไปอบแห้ง จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของนวัตกรรมนี้คือ การใช้อุณหภูมิที่ไม่สูงซึ่งช่วยถนอมคุณภาพอาหารและลดการเกิดปฏิกิริยาสีน้ำตาล (Browning Reaction) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ซอสพริกผง ที่ยังคงรักษาสีสันที่สดใส และกักเก็บสารให้กลิ่นรสอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ราวกับปรุงสุกใหม่ ๆ.นอกจากความโดดเด่นเรื่องการรักษากลิ่นและสีแล้ว นวัตกรรมนี้ยังมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมเมื่อถึงมือผู้ใช้งาน ด้วยโครงสร้างผงที่มีรูพรุนจากการตีฟอง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถดูดน้ำกลับคืนได้เร็วผู้บริโภคเพียงแค่เติมน้ำอุ่นลงไป ผงซอสพริกก็จะคืนรูปกลับมาเป็นซอสที่มีความหนืด สีสัน และรสชาติเหมือนต้นตำรับในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในมิติใหม่ ๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นผงหมักเนื้อสัตว์ ผงโรยปรุงรสบนอาหารทอด หรือแม้แต่เป็นส่วนผสมในแป้งทอดกรอบและขนมขบเคี้ยว.ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบา เก็บรักษาได้นาน และใช้งานสะดวก ซอสพริกผงกึ่งสำเร็จรูปจึงตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร (B2B) เช่น ร้านอาหารหรือสายการบินที่ต้องการควบคุมมาตรฐานรสชาติและลดต้นทุนโลจิสติกส์ กลุ่มนักเดินทางที่ต้องการพกพาเครื่องปรุงรสที่คุ้นเคยไปแคมป์ปิ้งหรือต่างประเทศโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของเหลวหกเลอะเทอะ ไปจนถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วในการทำอาหารที่บ้าน.นวัตกรรมซอสพริกผงจากเทคโนโลยีโฟมแมท จึงไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาข้อจำกัดของซอสพริกแบบเดิม ๆ…

  • นวัตกรรมเยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า

    ย้อนกลับ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) พืชสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในฐานะผู้เยียวยาและปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารมหาศาล การนำภูมิปัญญาจากความสมบูรณ์ของทั้งสองแหล่งนี้มาบรรจบกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแห่งอนาคต แม้วัตถุดิบทั้งสองชนิดนี้จะมีสรรพคุณที่ชัดเจน แต่ความท้าทายสำคัญในโลกปัจจุบันคือเราจะส่งมอบวัตถุดิบเหล่านี้ให้เข้าถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างไร ในยุคที่ผู้คนต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่พกพาสะดวก รับประทานง่าย และมีรสสัมผัสที่รื่นรมย์ ในขณะเดียวกัน กระบวนการแปรรูปก็จะต้องไม่ทำลายสารสำคัญทางชีวภาพอันบอบบางเหล่านั้นทิ้งไป การนำเสนอในรูปแบบเดิม ๆ จึงอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต จากโจทย์ที่ท้าทาย สู่การรังสรรค์นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การอาหารที่ก้าวล้ำ นักวิจัยได้ดึงเอาศักยภาพของสาหร่ายสไปรูลิน่าออกมาในรูปแบบของ ไบโอพอลิเมอร์ (Biopolymer) ซึ่งเป็นสารประกอบชีวภาพที่อัดแน่นไปด้วยสรรพคุณทางยา นำมาผสานเข้ากับเนื้อสัมผัสอันนุ่มนวล ชุ่มชื้น และเป็นมิตรต่อกระเพาะอาหารของว่านหางจระเข้ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่ก้าวข้ามกรอบของขนมทานเล่น สู่การเป็นอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ที่ดูแลสุขภาพ ผลลัพธ์จากการบูรณาการทางวิทยาศาสตร์นี้ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นทางนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าทึ่ง1) ไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) ต้านทานไวรัส (antiviral) และต้านแบคทีเรีย (antibacterial)2) การทำงานผสานกับเนื้อว่านหางจระเข้แท้ ช่วยปลอบประโลมและส่งเสริมให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความสมดุลจากภายในสู่ภายนอก3) นวัตกรรมส่วนผสมไบโอพอลิเมอร์ในรูปแบบเยลลี่นี้ ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในผลิตภัณฑ์อาหารอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย…

  • ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ เมื่อโภชนาการและพัฒนาการเดินไปด้วยกัน

    ย้อนกลับ ท่านเคยสังเกตไหมว่า เวลาเด็กๆ กินขนม สิ่งที่ผู้ปกครองกังวลมักเป็น 2 เรื่อง คือ “ประโยชน์” และ “ความปลอดภัย” แต่จะดีกว่าไหม…ถ้าของว่างที่เด็กชอบมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและช่วยส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมกัน จากคำถามง่ายๆ สู่นวัตกรรม “ถ้าช่วงเวลากินขนม ไม่ใช่แค่มื้อเล็กๆระหว่างวัน แต่เป็นโอกาสของการเรียนรู้ด้วย จะดีแค่ไหน?” คำถามนี้นำไปสู่การพัฒนา “ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ” ที่ออกแบบโดยผสมผสานหลักเทคโนโลยีการแปรรูป โภชนาการ และจิตวิทยาพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงทั้ง2 มิติ คือ “คุณภาพ” และ “ประสบการณ์”มิติที่ 1: คุณภาพ: โภชนาการที่เหมาะสมกับวัยเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายในช่วงวัยนี้ เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องใช้สารกันเสีย ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าขนมที่ลูกรับประทานมีคุณภาพมิติที่ 2: การส่งเสริมพัฒนาการผ่านประสบการณ์ขนาดพอดีคำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กต้องใช้นิ้วหยิบจับด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่หยิบขนมเข้าปาก คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานงานระหว่างตากับมือ ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะการช่วยเหลือตัวเองในอนาคต พร้อมสร้างความมั่นใจ และฝึกทักษะการรับประทานอาหารแบบไม่รู้ตัวHighlight1) วัตถุดิบคุณภาพ2) คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย3) เนื้อสัมผัสที่ได้จากเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะกับช่วงวัย4) ขนาดพอดีคำช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก5) เก็บรักษาได้นาน ปราศจากวัตถุกันเสีย เมื่อทุกคำที่เคี้ยว มีทั้งคุณค่าและความหมาย นวัตกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อให้ “ช่วงเวลาว่าง” ของเด็กมีประโยชน์มากขึ้น…

  • นวัตกรรมชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิก วิถีแห่งธรรมชาติสู่นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

    ย้อนกลับ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ สวนมะม่วงอินทรีย์ที่ปราศจากสารเคมี ที่ซึ่งต้นมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน ดินที่อุดมสมบูรณ์และแสงแดดที่พอเหมาะได้บ่มเพาะให้ต้นมะม่วงเติบโตอย่างแข็งแรง แต่คุณค่าของมะม่วงสายพันธุ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผลไม้ที่หอมหวาน ความลับแห่งสุขภาพยังซ่อนอยู่ที่ใบ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ ในยุคที่วิถีชีวิตเร่งรีบ นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ภาวะน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง รวมถึงความเหนื่อยล้าสะสมและการอักเสบในระดับเซลล์ ผู้บริโภคต่างมองหาเครื่องดื่มที่ไม่เพียงแต่ช่วยดับกระหาย แต่ต้องทำหน้าที่ช่วยป้องกันโรคและฟื้นฟูร่างกาย คำตอบของความท้าทายนี้ เริ่มต้นจากการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเจาะจง โดยเลือกใช้เพียงใบแก่ลำดับที่ 5-7 จากปลายกิ่งของมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้าเท่านั้น ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเป็นช่วงวัยของใบที่สะสมสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไว้สูงสุด จากนั้นนำใบที่ได้ไปผ่านกระบวนการหมักชาแบบชาเขียว ที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลาอย่างแม่นยำ เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ คงความสดใสของสีใบ กักเก็บความหอม และที่สำคัญที่สุดคือ การคงคุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระไว้ให้ได้มากที่สุด จุดเด่นที่ทำให้นวัตกรรมชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิกนี้เป็นยิ่งกว่าเพียงเครื่องดื่มทั่วไป คือ การต้านอนุมูลอิสระ ฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์สูง การดื่มชาชนิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มความสดชื่นและทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าจากความเหนื่อยล้า แต่มีแนวโน้มในการช่วย ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ต้านการอักเสบภายในร่างกาย และมีฤทธิ์ลดเบาหวาน ชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิก จึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือตัวแทนของความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ที่เปลี่ยนผลิตผลพลอยได้ทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มอบทั้งสุนทรียภาพในการดื่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับผู้บริโภคในทุก ๆ วัน นวัตกรรม : ชาเขียวใบมะม่วงออร์แกนิกเลขที่อนุสิทธิบัตร : 25802ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม…

  • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ : การยกระดับ “อาราบิกาไทย” สู่ Functional Drink

    ย้อนกลับ ท่ามกลางกระแส Health & Wellness ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้ง “สุนทรียรส” และ “คุณประโยชน์เชิงหน้าที่” งานวิจัยชิ้นนี้ เราได้มุ่งเน้นการพัฒนา กาแฟปรุงสำเร็จ 3 in 1 สูตรพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับกาแฟอาราบิกาจากภาคเหนือของไทยผสานเข้ากับนวัตกรรมทางอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม.📌 Key Highlights:1. ใบบัวบกผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-dry) ซึ่งเป็นกระบวนการไม่ใช้ความร้อน ช่วยรักษาองค์ประกอบธรรมชาติและกลิ่นรสได้ดี เหมาะสำหรับนำไปผสมในกาแฟผงเพื่อเพิ่มคุณค่าและความหอมกลมกล่อม2. การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเราได้นำนวัตกรรม “ไฟเบอร์ธรรมชาติจากกากรำข้าว” มาเสริมด้วยแคลเซียม ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้านระบบขับถ่ายและกระดูกแล้ว ยังเป็นการการสร้างมูลค่าให้กับผลพลอยได้ทางการเกษตรตามแนวคิด Zero Waste อีกด้วย3. การผสานสุนทรียรสคัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิกาคุณภาพสูงจากภาคเหนือ ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล กลิ่นหอมละมุน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งความพึงพอใจในรสชาติและประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด 💡ผลงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟไทยให้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องดื่มกระตุ้นความสดชื่น สู่การเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว นวัตกรรม : กาแฟปรุงสำเร็จชนิด 3 in 1 เสริมสารสกัดจากใบบัวบกและแคลเซียมเลขที่คำขอ : 2403001939ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7…