นวัตกรรมกัมมี่เพื่อสุขภาพ มิติใหม่แห่งการบริโภคกระเทียมดำ

image

กระเทียมดำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการบริโภคมายาวนานในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมทั้งได้รับความนิยมเข้ามาในประเทศไทย มากกว่า 10 ปี การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเทียมดำนี้ก่อให้เกิดสารสำคัญทางชีวภาพที่มีคุณประโยชน์ที่หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากพลาดโอกาสในการได้รับคุณค่าจากสมุนไพรชนิดนี้คือ กลิ่น และรสชาติที่จัดจ้าน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการนำนวัตกรรมมาผสานเข้ากับธรรมชาติ รังสรรค์เป็นกัมมี่เสริมกระเทียมดำสกัดเข้มข้น ที่จะเปลี่ยนภาพจำของการทานสมุนไพรไปตลอดกาล

หัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์นี้คือการสกัดเอาแก่นแท้ของกระเทียมดำออกมาในรูปแบบที่เข้มข้นที่สุด นั่นคือสาร S-allyl cysteine (SAC) สารสำคัญที่ช่วยในการชะลอวัย สาร SAC นี้มีคุณสมบัติโดดเด่นในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ

แต่นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สารสกัดชนิดเดียว กัมมี่เสริมกระเทียมดำสูตรนี้ยังได้ผนวกคุณค่าของ อินูลิน (Inulin) และฟรุกแทน (Fructan) จากกระเทียมเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นใยอาหารพรีไบโอติก (Prebiotic) ที่สำคัญ มีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพหัวใจและเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมน้ำหนัก ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ขนมขบเคี้ยว แต่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ที่ดูแลร่างกายแบบองค์รวม

จุดเด่นนวัตกรรม
1. นวัตกรรมนี้สามารถ รักษาความคงตัวของสาร SAC ได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกชิ้นของกัมมี่ที่รับประทานเข้าไป จะยังคงไว้ซึ่งสรรพคุณทางยาอย่างครบถ้วนเสมือนวันแรกของการผลิต
2. มอบทั้งสารต้านอนุมูลอิสระจากกระเทียมดำ และการเสริมพรีไบโอติกพร้อมไฟเบอร์เพื่อระบบขับถ่ายและหัวใจในคราวเดียว ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหลายด้านพร้อมกัน
3. กระบวนการผลิตที่ช่วยลดกลิ่นฉุนของกระเทียมลงอย่างมีนัยสำคัญ ปรุงแต่งให้มีรสชาติดี ทานง่าย และมาในรูปแบบกัมมี่ที่พกพาสะดวก ทำให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝืนใจอีกต่อไป แต่เป็นความเพลิดเพลินที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

กัมมี่เสริมกระเทียมดำสกัดเข้มข้น จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า วิทยาศาสตร์และธรรมชาติสามารถเดินเคียงคู่กันได้อย่างลงตัว การเปลี่ยนสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีประโยชน์ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ให้สามารถเข้าถึงสุขภาพที่ดีได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และมีความสุขมากขึ้น นี่คือนวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่ดูแลร่างกาย แต่ยังเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง

นวัตกรรม : กัมมี่เสริมกระเทียมดำสกัดเข้มข้น
เลขที่คำขอ : 2403004372, 2403004373
รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทอง งาน The 8th Chian (Shanghai) International Invention & Innovation EXPO 2025
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: facebook.com/reel/1271963008161777/

ที่เกี่ยวข้อง

  • |

    พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม นวัตกรรมอาหารไทยเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

    ย้อนกลับ พาสตาคืออาหารที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น อาหารจานโปรดนี้ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย จึงเป็นที่มาของคำถามที่เรียบง่าย คือ จะทำอย่างไรให้กินพาสตาอร่อยได้ทุกวัน โดยไม่ต้องแลกกับสุขภาพ? จุดเริ่มต้นของคำตอบอยู่ที่ผืนแผ่นดินไทย ทั้งข้าวกล้องที่เปี่ยมด้วยเส้นใยอาหาร และผักใบเขียวพื้นถิ่นที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและแร่ธาตุ ล้วนเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่า ปัญหาคือกระบวนการแปรรูปอาหารทั่วไปมักทำลายคุณค่าเหล่านั้นไปก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายอีกสองด้านที่ไม่อาจมองข้าม ด้านแรกคือปัญหาการแพ้กลูเตน ซึ่งพบมากขึ้นในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ เพราะพาสตาทั่วไปทำจากแป้งสาลีซึ่งมีกลูเตนเป็นส่วนประกอบหลัก ด้านที่สองคือเรื่องการเก็บรักษา ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่อยู่ได้นานโดยไม่พึ่งพาสารกันเสีย เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้พร้อมกัน นักวิจัยจึงพัฒนา “พาสตาผักใบเขียวเสริมแคลเซียม” ขึ้นมา จุดสำคัญของนวัตกรรมนี้คือกรรมวิธีการแปรรูปผักใบเขียวที่คิดค้นขึ้นเป็นการเฉพาะ ให้สามารถกักเก็บวิตามิน แร่ธาตุ และแคลเซียมไว้ในโครงสร้างของเส้นได้อย่างครบถ้วน ผลลัพธ์ที่ได้คือเส้นพาสตาที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาติ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และโภชนาการที่โดดเด่นใน 3 ด้านหลัก คือ 1) ปริมาณแคลเซียมที่สูงกว่าพาสตาแป้งสาลีทั่วไปถึง 4 เท่า และสูงกว่าพาสตาข้าวกล้องธรรมดาถึง 3 เท่า เปลี่ยนอาหารธรรมดาให้เป็นอาหารที่เสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง 2) การเป็น Gluten-Free 100% โดยธรรมชาติ เพราะใช้ข้าวกล้องเป็นฐาน ไม่ใช้แป้งสาลีเลย จึงปลอดภัยสำหรับทุกคนที่มีความไวต่อกลูเตน และ 3) สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6…

  • เบเกอรี่ลดพลังงานจากผลไม้ท้องถิ่นไทย

    ย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์ เบเกอรี่ลดพลังงานจากผลไม้ท้องถิ่นไทย ผู้วิจัย  ดร.จันทร์จนา ศิริพันธ์วัฒนา สังกัด โรงเรียนการเรือน ประโยชน์ นวัตกรรมเบเกอรี่ลดพลังงานจากผลไม้ท้องถิ่นไทย ที่ให้พลังงานน้อย เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาจากการนำผลไม้ท้องถิ่น 10 ชนิด  กล้วยไข่ ลูกตาล สับปะรด ทุเรียน น้อยหน่า เสาวรส มะม่วงสุก กล้วยหอมทองบ้านลาด ขนุน ส้มสายน้ำผึ้ง

  • |

    ปฏิวัติการยืดอายุพืชผลเกษตรด้วยนวัตกรรม “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน”

    ย้อนกลับ ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร ความสดใหม่คือมูลค่าที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเผชิญมาตลอดคือการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ การสุกงอมที่เร็วเกินไป หรือการสูญเสียน้ำหนักที่ทำให้ผลผลิตดูไม่น่ารับประทาน เดิมทีการเคลือบผิวผักผลไม้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่นิยม แต่บ่อยครั้งสารเคลือบเหล่านั้นกลับทิ้งปัญหาไว้ เช่น คราบขาวที่ไม่สวยงาม ความเหนียวเหนอะหนะ หรือความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค การพัฒนานวัตกรรมนี้ เริ่มจากการนำเทคโนโลยีระดับนาโนมาประยุกต์ใช้ จนเกิดเป็น “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน” (Nanocellulose Emulsion) นวัตกรรมวัสดุเคลือบผิวชีวภาพที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แนวคิดหลักคือการสร้างผิวให้กับผักและผลไม้ โดยใช้อนุภาคนาโนเซลลูโลสทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการกักเก็บสารสำคัญ จุดเด่นที่เหนือกว่าสารเคลือบทั่วไปอยู่ที่นวัตกรรมการกักเก็บสารออกฤทธิ์ เช่น โพลีโคซานอล (Policosanol) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) โดยเฉพาะโพลีโคซานอลที่จะถูกดูดซับอยู่บนพื้นผิวอนุภาคระดับนาโนเมตร ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผลผลิตจากการสูญเสียน้ำหนักสด ทำให้ผลไม้ยังคงความเต่งตึงและสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น นวัตกรรมนี้ไม่ได้เพียงแค่เคลือบแต่ยังทำหน้าที่รักษาด้วยการผนวกไคโตซานเข้าไปในระบบอิมัลชัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเกิดโรคในผักผลไม้หลังเก็บเกี่ยวและชะลอการเน่าเสียได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญงานวิจัยนี้ได้แก้ Pain Point เดิมของผู้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติของฟิล์มที่บางเบาและมีความสม่ำเสมอ จึงลดปัญหาการเหนียวติด หรือการเกิดคราบขาว ที่มักพบบนผิวผักผลไม้จากการใช้สารเคลือบแบบเก่า ทำให้ผลผลิตดูสะอาด สวยงาม และน่ารับประทาน ทั้งในกลุ่มผักสด ผลไม้สด ไปจนถึงผลไม้แปรรูป นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน จึงไม่ใช่เพียงแค่น้ำยาเคลือบผิว แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยยืดเวลาแห่งความสดใหม่ ช่วยลดขยะอาหารจากการเน่าเสีย และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและแท้จริง.Key…

  • |

    ปฏิวัติรูปแบบความอร่อย…ด้วยนวัตกรรมผงไข่มุกสไปรูลิน่า

    ย้อนกลับ ภายใต้ความเรียบง่ายของสิ่งมีชีวิตโบราณอย่าง “สาหร่ายสไปรูลิน่า” (Spirulina) หลายท่านอาจคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของอาหารเสริมสีเขียวเข้ม แต่แท้จริงแล้ว ภายในนั้นซ่อนความมหัศจรรย์ทางชีวภาพที่ล้ำค่ายิ่งกว่า นั่นคือ “ซี-ไฟโคไซยานิน” (C-Phycocyanin) รงควัตถุสีฟ้าบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง โจทย์ท้าทายของงานวิจัยชิ้นนี้ คือ ทำอย่างไรให้เราสามารถนำคุณค่าจากธรรมชาติ มาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารได้อย่างรื่นรมย์และทันสมัย? นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมผงไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปเสริมซี-ไฟโคไซยานินจากสาหร่ายสไปรูลิน่า ผลงานที่ผสานศาสตร์แห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้นำเทคนิคขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การอาหารอย่าง สเฟียริฟิเคชัน (Spherification) ที่นิยมใช้ในร้านอาหารระดับ Fine Dining มาประยุกต์ใช้ โดยผ่านการควบคุมสภาวะการผลิตอย่างแม่นยำด้วยวิธี Taguchi Method เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่เม็ดไข่มุก เราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ ผงกึ่งสำเร็จรูป (Semi-finished Powder) ทำไมสิ่งนี้จึงเรียกว่าการ “ปฏิวัติ” รูปแบบความอร่อย?1. ไข่มุกสีฟ้าครามที่ได้ ไม่ใช่แค่สีสันสังเคราะห์ แต่คือสีธรรมชาติจาก C-Phycocyanin มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสะ ต้านการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และชะลอวัย2. ประสบการณ์ที่คุณสร้างเองได้ เพราะมาในรูปแบบผง ทำให้จัดเก็บง่าย ยืดอายุการใช้งาน และที่สำคัญคือ ผู้บริโภคสามารถสนุกกับการเนรมิตไข่มุกสดได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เปลี่ยนครัวธรรมดาให้เป็นห้องทดลองความอร่อย3. เป็นท็อปปิ้งในชานม เครื่องดื่มสุขภาพ ตกแต่งหน้าไอศกรีม หรือประดับบนขนมไทยร่วมสมัย…

  • |

    เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล

    ย้อนกลับ ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล คือ พืชที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ด้วยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ทำให้พืชวงศ์ขิงเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยสารสำคัญที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว แต่ก็ข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์คือ สารสกัดจากธรรมชาติมักมีความคงตัวต่ำ สูญเสียประสิทธิภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ แสง หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในรูปแบบดั้งเดิมมักมาในรูปแบบของเหลวที่ยากต่อการพกพา หรือรูปแบบผงที่ใช้งานไม่สะดวกและเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ผู้บริโภคยุคใหม่จึงต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพที่คงที่ และความสะดวกสบายในการใช้งาน จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการผสานวิทยาการขั้นสูงเข้ากับธรรมชาติ นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่ในรูปไมโครแคปซูล” (Microencapsulation Technology) ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยให้ป้องกันการเสื่อมสลายของสารสำคัญและเพิ่มความคงตัว ที่สำคัญไมโครแคปซูลเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้สามารถละลายน้ำได้ อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นแห่งนวัตกรรม 1) สารออกฤทธิ์จากไพลและขมิ้นชัน ทำหน้าที่ร่วมกันในการปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง และบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดจากมลภาวะหรือสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) คุณสมบัติของว่านนางคำและขมิ้นชัน ช่วยปกป้องผิวจากความร่วงโรยก่อนวัยที่เกิดจากอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งยับยั้งแบคทีเรียและจุลินทรีย์อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้ผิวสะอาดล้ำลึกและมีสุขภาพดี เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล จึงเป็นผลิตภัณฑ์ผงล้างหน้าที่ไม่เพียงแต่กักเก็บคุณค่าบริสุทธิ์จาก ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในการทำความสะอาดผิว นี่คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตยุคใหม่ มอบความสะดวกสบาย พกพาง่าย และใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกที่ทุกเวลา เป็นการต่อยอดมรดกทางภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อผิวที่สะอาด กระจ่างใส และแข็งแรงอย่างยั่งยืนนวัตกรรม : เคอคูมา…

  • แป้งต้านอนุมูลอิสระ

    ย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์ แป้งต้านอนุมูลอิสระ ผู้วิจัย  ผศ.ดร.ฐิตา ฟูเผ่า สังกัด โรงเรียนการเรือน ประโยชน์ นวัตกรรมแป้งต้านอนุมูลอิสระ เป็นนวัตกรรมด้านอาหาร ในการผลิตแป้งทำอาหารคุณค่าสูง ที่มีส่วนประกอบของอนุภาคกักเก็บสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยชะลอวัยสามารถนำไปประกอบอาหารที่ใช้แป้งเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น หมั่นโถว และซาลาเปา รางวัล เหรียญเงิน ในงาน 47th International Exhibition of Inventions Geneva, Switzerland ปี ค.ศ. 2019 เลขที่จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญา 1903000719