นวัตกรรมเยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า

image

ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) พืชสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในฐานะผู้เยียวยาและปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารมหาศาล การนำภูมิปัญญาจากความสมบูรณ์ของทั้งสองแหล่งนี้มาบรรจบกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแห่งอนาคต

แม้วัตถุดิบทั้งสองชนิดนี้จะมีสรรพคุณที่ชัดเจน แต่ความท้าทายสำคัญในโลกปัจจุบันคือเราจะส่งมอบวัตถุดิบเหล่านี้ให้เข้าถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างไร ในยุคที่ผู้คนต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่พกพาสะดวก รับประทานง่าย และมีรสสัมผัสที่รื่นรมย์ ในขณะเดียวกัน กระบวนการแปรรูปก็จะต้องไม่ทำลายสารสำคัญทางชีวภาพอันบอบบางเหล่านั้นทิ้งไป การนำเสนอในรูปแบบเดิม ๆ จึงอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต

จากโจทย์ที่ท้าทาย สู่การรังสรรค์นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การอาหารที่ก้าวล้ำ นักวิจัยได้ดึงเอาศักยภาพของสาหร่ายสไปรูลิน่าออกมาในรูปแบบของ ไบโอพอลิเมอร์ (Biopolymer) ซึ่งเป็นสารประกอบชีวภาพที่อัดแน่นไปด้วยสรรพคุณทางยา นำมาผสานเข้ากับเนื้อสัมผัสอันนุ่มนวล ชุ่มชื้น และเป็นมิตรต่อกระเพาะอาหารของว่านหางจระเข้ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่ก้าวข้ามกรอบของขนมทานเล่น สู่การเป็นอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ที่ดูแลสุขภาพ

ผลลัพธ์จากการบูรณาการทางวิทยาศาสตร์นี้ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นทางนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าทึ่ง
1) ไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) ต้านทานไวรัส (antiviral) และต้านแบคทีเรีย (antibacterial)
2) การทำงานผสานกับเนื้อว่านหางจระเข้แท้ ช่วยปลอบประโลมและส่งเสริมให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความสมดุลจากภายในสู่ภายนอก
3) นวัตกรรมส่วนผสมไบโอพอลิเมอร์ในรูปแบบเยลลี่นี้ ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในผลิตภัณฑ์อาหารอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น การพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเยลลี่หรือกัมมี่ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มทางเลือกในตลาดสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์เยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่านี้ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการเปลี่ยนรูปวัตถุดิบธรรมชาติให้กลายเป็นสุนทรียภาพแห่งการรับประทาน เป็นนวัตกรรมที่พร้อมส่งมอบการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน ปกป้องและฟื้นฟูร่างกายในทุก ๆ คำที่สัมผัส ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
.
นวัตกรรม : เยลลี่ว่านหางจระเข้เสริมไบโอพอลิเมอร์จากสาหร่ายสไปรูลิน่า
เลขที่คำขอ : 2203003150
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/962382702895878/

ที่เกี่ยวข้อง

  • กาแฟผสมสำเร็จรูปชนิด 3- in-1

    ย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์ กาแฟผสมสำเร็จรูปชนิด 3- in-1 ผู้วิจัย  ผศ.ดร.วราภรณ์ วิทยาภรณ์ สังกัด โรงเรียนการเรือน ประโยชน์ กาแฟผสมสำเร็จรูป 3 in 1 ที่ผสมไอโซฟลาโวนจากจมูกถั่วเหลือง ซึ่งไอโซฟลาโวนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ บรรเทาอาการวัยทอง ช่วยเพิ่มความคงตัวของกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และลำไส้ รางวัล CAI Award Invention & Innovation ในงาน The International Trade Fair for Ideas, Inventions and New Products ค.ศ. 2018 เลขที่จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญา 1801004688 ผู้ประกอบการขออนุญาตใช้สิทธิ์    บริษัท เวลเนส อินโนเวทีฟ เซ็นเตอร์ จำกัด

  • |

    นวัตกรรมเครื่องดื่มสุขภาพด้วยนาโนแคปซูล “เปลี่ยนความเผ็ดร้อน เป็นพลังแห่งความสดชื่น”

    ย้อนกลับ แคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารสำคัญที่พบได้ในพริก มีคุณสมบัติในการช่วยเผาผลาญพลังงานและส่งเสริมระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม การนำประโยชน์เหล่านี้มาสู่ผู้บริโภคในรูปแบบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลับพบอุปสรรคสำคัญ 2 ประการ คือ ธรรมชาติของแคปไซซินที่ไม่สามารถละลายน้ำได้และความเผ็ดร้อนที่รุนแรงจนอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเมื่อดื่ม นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อทลายกำแพงข้อจำกัดนี้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จในงานวิจัยนี้ คือการพัฒนาเทคโนโลยี “การกักเก็บสารด้วยอนุภาคนาโน” (Nano-encapsulation) โดยคณะผู้วิจัยได้เลือกใช้โปรตีนไฮโดรไลเซตจากถั่วเหลือง มาทำหน้าที่เป็นวัสดุห่อหุ้มสารสกัดแคปไซซิน กระบวนการนี้อาศัยหลักการทางเคมีฟิสิกส์ที่ให้โมเลกุลของโปรตีนเข้าไปจับกับโมเลกุลของแคปไซซินผ่านแรงไฮโดรโฟบิก สร้างเป็นเกราะป้องกันในระดับอนุภาคนาโน ผลลัพธ์ที่ได้คือนวัตกรรมสารกักเก็บที่เปลี่ยนสถานะของแคปไซซินให้สามารถละลายน้ำได้ดีขึ้น และมีความคงตัวสูง ไม่เกิดการตกตะกอนแยกชั้นเมื่อนำไปผสมในเครื่องดื่ม นอกจากนี้โครงสร้างของโปรตีนยังช่วยลดทอนความรู้สึกเผ็ดร้อนแสบปากในทันทีที่สัมผัสลิ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถดื่มได้ง่ายยิ่งขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “ม็อกเทลลูกหม่อนผสมแคปไซซิน” ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะทางรสชาติระหว่างความหวานอมเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมัลเบอร์รี่ (ลูกหม่อน) เข้ากับความเผ็ดร้อนระดับละมุนของสารสกัดพริกที่ผ่านการกักเก็บ กลายเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพทุกเพศทุกวัย ในแง่ของโภชนาการ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มแก้กระหาย แต่เป็น Functional Drink ที่ทรงประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติของแคปไซซินที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ผสานกับโปรตีนจากถั่วเหลืองที่ใช้เป็นวัสดุกักเก็บ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และอนุภาคนาโนช่วยนำพาสาระสำคัญเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยมีกลไกสำคัญในการช่วยยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง 🌶 นวัตกรรม : ม็อกเทลลูกหม่อนผสมแคปไซซิน📝 เลขที่คำขอ : 2403001934🥉 รางวัลระดับนานาชาติ :…

  • |

    นวัตกรรมใส ไร้ขีดจำกัด นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์

    ย้อนกลับ ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มคือการสร้างสิ่งที่ดีต่อร่างกายโดยไม่ต้องสูญเสียความอร่อย น้ำดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์คือคำตอบหนึ่งสำหรับโจทย์นั้น ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่มีอุปสรรคสำคัญคือมันไม่ละลายน้ำ ทำให้การนำมาผสมในเครื่องดื่มใสทำได้ยากมาก นอกจากนี้ยังเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงหรืออากาศ นักวิจัยจึงต้องหาทางแก้ปัญหานี้ในระดับโมเลกุลวิธีการที่ได้ผลคือการจับไลโคปีนเข้ากับเบต้ากลูแคน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะห่อหุ้มและพาไลโคปีนให้ละลายน้ำได้ โครงสร้างคอมเพล็กซ์นี้ยังช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้คงฤทธิ์ได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำดื่มใสหอมกลิ่นเมลอนที่บรรจุสารต้านอนุมูลอิสระไว้เต็มเปี่ยม ดื่มง่าย อีกทั้งยังเสริมคุณค่าจากเบต้ากลูแคน เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา เจลลี่และกัมมี่เพื่อสุขภาพ น้ำเชื่อมสำหรับคาเฟ่ ไปจนถึงนมพืชที่ต้องการเสริมสารอาหารโดยไม่ทำลายเนื้อสัมผัสสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือนวัตกรรมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้บริโภคเลือกระหว่างความอร่อยกับสุขภาพ แต่มอบทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคต นวัตกรรม : นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์เลขที่คำขอ : 2001006377, 2403000571ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1503015878072393

  • |

    นวัตกรรมก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

    ย้อนกลับ รู้หรือไม่?ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตส้มโอรายใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแปรรูป แต่มักมีเปลือกส้มโอหลงเหลือทิ้งไว้เป็นจำนวนมหาศาล สิ่งที่ดูเหมือนเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ กลับมีคุณค่าทางโภชนาการชั้นเยี่ยมที่รอให้เราค้นพบ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กคือวัฒนธรรมอาหารที่คนไทยคุ้นเคยมาตลอด แต่มีจุดอ่อนที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือคาร์โบไฮเดรตสูงและใยอาหารต่ำ ทำให้คนรักสุขภาพหลายคนต้องบอกลาเมนูโปรดนี้ไป โจทย์จึงตกมาที่นักวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้อาหารธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยไม่ต้องสูญเสียรสชาติที่คุ้นเคย คำตอบอยู่ที่ “เปลือกส้มโอ” ของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปที่ไม่มีใครสนใจ ทีมวิจัยนำสิ่งเหล่านี้มาสกัดเป็นใยอาหารบริสุทธิ์คุณภาพสูง แล้วผสานเข้าไปในเนื้อเส้นก๋วยเตี๋ยว ผลลัพธ์คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ที่เปลี่ยนทุกคำที่กินให้ดูแลสุขภาพลำไส้ไปพร้อมกัน นวัตกรรมนี้ไม่ได้แค่ยกระดับเมนูโปรดของคนไทย แต่ยังเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตรให้มีคุณค่า แก้ปัญหาขยะและสุขภาพได้ในคราวเดียว นวัตกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ใน 2 มิติ ได้แก่ 1) การเสริมใยอาหารจากส้มโอช่วยเพิ่มใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้สูงถึงร้อยละ 9.44 ซึ่งช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับถ่าย ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ในเมนูอาหารที่คุ้นเคย 2) ด้วยแนวคิด Zero Waste การนำกากส้มโอมาใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง เกื้อหนุนเกษตรกรรายย่อย และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติของใยอาหารจากส้มโอ ทั้งการอุ้มน้ำ การสร้างเนื้อสัมผัส และต้นทุนที่เข้าถึงได้ จึงสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมนี้สู่อุตสาหกรรมอาหารในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไฟเบอร์ กักเก็บความชุ่มชื้น และลดความแห้งกระด้างของเนื้อขนมปังหรือคุกกี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ทำหน้าที่เป็นสารปรับปรุงโครงสร้างเพื่อสร้างความฉ่ำน้ำและเนื้อสัมผัสที่สมจริงยิ่งขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plant-based หรือเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ จึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่…

  • |

    ปลดล็อกคุณค่าแห่งไลโคปีน สู่นวัตกรรมเครื่องดื่มน้ำผลไม้รวมเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคน

    ย้อนกลับ ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่โดดเด่นเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายมิติ ทั้งช่วยลดการอักเสบและมีส่วนช่วยต้านมะเร็ง แต่ถึงแม้จะมีประโยชน์มากมาย การนำไลโคปีนมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลับมีความท้าทายสูง เนื่องจากไลโคปีนมีข้อจำกัดทางธรรมชาติคือ เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดดและออกซิเจน อีกทั้งยังไม่ละลายน้ำ ทำให้มักจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปมากในระหว่างขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษา . ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ โดยนำไลโคปีนที่สกัดได้จากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว มาผ่านเทคโนโลยีการสร้างสารประกอบเชิงซ้อน (Complexation) ร่วมกับเบต้า-กลูแคน ซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ธรรมชาติ เทคโนโลยีนี้ช่วยปรับโครงสร้างให้ไลโคปีนสามารถกระจายตัวและละลายในน้ำได้ดีขึ้นอย่างมาก และมีความคงตัวที่ยาวนาน โดยโครงสร้างของเบต้า-กลูแคน จะช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้สารอาหารมีความคงตัว ไม่เสื่อมสภาพง่าย และยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง สูตรนี้ยังเลือกใช้อิริทริทอล (Erythritol) เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอีกด้วย . นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเชิงหน้าที่ (Functional food ingredient) โดยทำหน้าที่พาคุณประโยชน์ของทั้งไลโคปีนและเบต้า-กลูแคนเข้าสู่ร่างกาย ผลิตภัณฑ์นี้มุ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการรับประโยชน์จากไลโคปีนแต่ไม่ชื่นชอบกลิ่นหรือรสชาติของมะเขือเทศ . ในด้านการนำไปประยุกต์ใช้จริง สารประกอบเชิงซ้อนนี้สามารถนำไปผสมผสานในกระบวนการผลิตน้ำผลไม้รวม โดยผ่านขั้นตอนการทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenization) และการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) จนออกมาเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งสามารถคงคุณค่าของสารออกฤทธิ์ไว้ได้อย่างครบถ้วนตลอดอายุการวางจำหน่าย นับเป็นความสำเร็จในการเปลี่ยนข้อจำกัดทางกายภาพให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งดื่มง่าย อร่อย และอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างแท้จริง . นวัตกรรม :…

  • |

    ปฏิวัติการยืดอายุพืชผลเกษตรด้วยนวัตกรรม “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน”

    ย้อนกลับ ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร ความสดใหม่คือมูลค่าที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเผชิญมาตลอดคือการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ การสุกงอมที่เร็วเกินไป หรือการสูญเสียน้ำหนักที่ทำให้ผลผลิตดูไม่น่ารับประทาน เดิมทีการเคลือบผิวผักผลไม้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่นิยม แต่บ่อยครั้งสารเคลือบเหล่านั้นกลับทิ้งปัญหาไว้ เช่น คราบขาวที่ไม่สวยงาม ความเหนียวเหนอะหนะ หรือความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค การพัฒนานวัตกรรมนี้ เริ่มจากการนำเทคโนโลยีระดับนาโนมาประยุกต์ใช้ จนเกิดเป็น “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน” (Nanocellulose Emulsion) นวัตกรรมวัสดุเคลือบผิวชีวภาพที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แนวคิดหลักคือการสร้างผิวให้กับผักและผลไม้ โดยใช้อนุภาคนาโนเซลลูโลสทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการกักเก็บสารสำคัญ จุดเด่นที่เหนือกว่าสารเคลือบทั่วไปอยู่ที่นวัตกรรมการกักเก็บสารออกฤทธิ์ เช่น โพลีโคซานอล (Policosanol) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) โดยเฉพาะโพลีโคซานอลที่จะถูกดูดซับอยู่บนพื้นผิวอนุภาคระดับนาโนเมตร ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผลผลิตจากการสูญเสียน้ำหนักสด ทำให้ผลไม้ยังคงความเต่งตึงและสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น นวัตกรรมนี้ไม่ได้เพียงแค่เคลือบแต่ยังทำหน้าที่รักษาด้วยการผนวกไคโตซานเข้าไปในระบบอิมัลชัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเกิดโรคในผักผลไม้หลังเก็บเกี่ยวและชะลอการเน่าเสียได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญงานวิจัยนี้ได้แก้ Pain Point เดิมของผู้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติของฟิล์มที่บางเบาและมีความสม่ำเสมอ จึงลดปัญหาการเหนียวติด หรือการเกิดคราบขาว ที่มักพบบนผิวผักผลไม้จากการใช้สารเคลือบแบบเก่า ทำให้ผลผลิตดูสะอาด สวยงาม และน่ารับประทาน ทั้งในกลุ่มผักสด ผลไม้สด ไปจนถึงผลไม้แปรรูป นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน จึงไม่ใช่เพียงแค่น้ำยาเคลือบผิว แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยยืดเวลาแห่งความสดใหม่ ช่วยลดขยะอาหารจากการเน่าเสีย และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและแท้จริง.Key…