ปลดล็อกคุณค่าแห่งไลโคปีน สู่นวัตกรรมเครื่องดื่มน้ำผลไม้รวมเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคน

image

ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่โดดเด่นเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายมิติ ทั้งช่วยลดการอักเสบและมีส่วนช่วยต้านมะเร็ง แต่ถึงแม้จะมีประโยชน์มากมาย การนำไลโคปีนมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลับมีความท้าทายสูง เนื่องจากไลโคปีนมีข้อจำกัดทางธรรมชาติคือ เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดดและออกซิเจน อีกทั้งยังไม่ละลายน้ำ ทำให้มักจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปมากในระหว่างขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษา

.

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ โดยนำไลโคปีนที่สกัดได้จากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว มาผ่านเทคโนโลยีการสร้างสารประกอบเชิงซ้อน (Complexation) ร่วมกับเบต้า-กลูแคน ซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ธรรมชาติ เทคโนโลยีนี้ช่วยปรับโครงสร้างให้ไลโคปีนสามารถกระจายตัวและละลายในน้ำได้ดีขึ้นอย่างมาก และมีความคงตัวที่ยาวนาน โดยโครงสร้างของเบต้า-กลูแคน จะช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้สารอาหารมีความคงตัว ไม่เสื่อมสภาพง่าย และยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง สูตรนี้ยังเลือกใช้อิริทริทอล (Erythritol) เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอีกด้วย

.

นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเชิงหน้าที่ (Functional food ingredient) โดยทำหน้าที่พาคุณประโยชน์ของทั้งไลโคปีนและเบต้า-กลูแคนเข้าสู่ร่างกาย ผลิตภัณฑ์นี้มุ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการรับประโยชน์จากไลโคปีนแต่ไม่ชื่นชอบกลิ่นหรือรสชาติของมะเขือเทศ

.

ในด้านการนำไปประยุกต์ใช้จริง สารประกอบเชิงซ้อนนี้สามารถนำไปผสมผสานในกระบวนการผลิตน้ำผลไม้รวม โดยผ่านขั้นตอนการทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenization) และการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) จนออกมาเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งสามารถคงคุณค่าของสารออกฤทธิ์ไว้ได้อย่างครบถ้วนตลอดอายุการวางจำหน่าย นับเป็นความสำเร็จในการเปลี่ยนข้อจำกัดทางกายภาพให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งดื่มง่าย อร่อย และอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างแท้จริง

.

นวัตกรรม : เครื่องดื่มน้ำผลไม้รวมเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคน

เลขที่คำขอ : 2403002060

รางวัล : รางวัลเหรียญทอง และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน “The 50th International Exhibition of Invention Geneva”

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1508229087190588

ที่เกี่ยวข้อง

  • ปฏิวัติโภชนาการวิถีใหม่ด้วยเส้นใยรำข้าวจากกากรำข้าว

    ย้อนกลับ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารที่ผูกพันกับข้าวได้หยั่งรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ในกระบวนการขัดสีเพื่อให้ได้เมล็ดข้าวขาว ส่วนของรำข้าวซึ่งเป็นแหล่งของใยอาหารและสารอาหารตามธรรมชาติ มักถูกนำไปใช้ในมูลค่าที่ไม่สูงนัก งานวิจัยนี้ จึงมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่ากากรำข้าวโดยพัฒนาเป็นแหล่งไฟเบอร์ธรรมชาติสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยการพัฒนาซุปแกงเลียงผงกึ่งสำเร็จรูปเสริมด้วยใยอาหารจากกากรำข้าวที่ผ่านกระบวนการดูดซับวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ การเสริมสารอาหารดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณสารอาหารในอาหาร มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาหรือป้องกันโรค ความโดดเด่นของนวัตกรรมอยู่ที่การประยุกต์ใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบผงกึ่งสำเร็จรูปที่สะดวกต่อการเตรียมและบริโภค โดยยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติแกงเลียงซึ่งเป็นอาหารไทยดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนแนวทางการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และศักยภาพเชิงพาณิชย์ สามารถต่อยอดในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า.นวัตกรรม : ไฟเบอร์ธรรมชาติจากกากรำข้าว เสริมวิตามินและแร่ธาตุเลขที่คำขอ : 2303001857, 2303002966รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัล Platinum Award และรางวัลเหรียญทอง งาน “2024 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE)”ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/2024338344850468/

  • นวัตกรรมผงดับเพลิงชนิดไฮโดรเจลชีวภาพ (Bio-based Hydrogel Fire Extinguishing Powder)

    ย้อนกลับ อัคคีภัยเป็นภัยคุกคามที่สามารถสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐาน ในปัจจุบันการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้มักพึ่งพาสารดับเพลิงแบบผงเคมีแห้งทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งแม้จะสามารถระงับเปลวไฟได้ในเบื้องต้น แต่เนื่องจากสารเคมีแบบเดิมไม่สามารถสกัดกั้นไอระเหยของเชื้อเพลิงได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดความร้อนที่ค่อนข้างต่ำ และยังคงมีความเสี่ยงสูงที่ไฟจะปะทุซ้ำขึ้นมาอีก.จากข้อจำกัดของสารดับเพลิงที่มีอยู่ในท้องตลาด ประกอบกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากวัชพืชทางน้ำที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทีมผู้วิจัยจึงเกิดแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยความมุ่งมั่นที่จะทลายข้อจำกัดของผงเคมีแห้งแบบเดิม จึงนำไปสู่การค้นคว้าวัสดุทดแทนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและยั่งยืนกว่า จึงเกิดออกมาเป็น “ผงดับเพลิงชนิดไฮโดรเจลชีวภาพ” นวัตกรรมนี้เกิดจากการสกัดเซลลูโลสจากผักตบชวา เพื่อนำมาพัฒนาเป็นวัสดุชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนภาพจำของสารเคมีดับเพลิงแบบเดิมสู่เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ก้าวหน้าและรักษ์โลก.นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่ครอบคลุม โดยสามารถใช้ในการดับเพลิงประเภทไม้และกระดาษ (Class A) น้ำมัน (Class B) เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ (Class C) และน้ำมันประกอบอาหาร (Class K) โดยเมื่อทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วไม่ก่อให้เกิดก๊าซพิษ จึงปลอดภัยสูงสุดต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม จุดเด่นที่โดดเด่นกว่าสารดับเพลิงเชิงพาณิชย์ทั่วไป ได้แก่ การนำเซลลูโลสจากผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชเหลือใช้มาอัปไซเคิลเป็นสารดับเพลิงชนิดใหม่ ประสิทธิภาพการดับเพลิงที่เร็วกว่าและลดอุณหภูมิผิวเชื้อเพลิงได้ดีกว่า MAP extinguishers ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกลไกการทำงานที่ชาญฉลาด กล่าวคือ เมื่อสัมผัสความร้อน สารจะเปลี่ยนสถานะเป็นฟิล์มไฮโดรเจลหนืดเคลือบผิวเชื้อเพลิง ตัดออกซิเจน และสกัดกั้นไอระเหยที่ติดไฟ ทำให้เปลวไฟดับเร็วและป้องกันการปะทุซ้ำของเชื้อเพลิงและไอระเหยที่ติดไฟได้.นวัตกรรมผงดับเพลิงชนิดไฮโดรเจลชีวภาพนี้ พร้อมแล้วที่จะขยายผลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์จริงสำหรับภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานดับเพลิง และประชาชนทั่วไป นับเป็นก้าวกระโดดของเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ปกป้องทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และโลกของเราไปพร้อมกัน.นวัตกรรม…

  • นวัตกรรมฟิล์มชีวภาพเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร

    ย้อนกลับ ในยุคที่อุตสาหกรรมอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายระดับโลก 2 ประการที่ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องเผชิญคือ วิกฤตขยะอาหาร (Food Waste) จากการเน่าเสียก่อนเวลาอันควร และมลภาวะจากพลาสติกที่ใช้ในการบรรจุภัณฑ์ แม้พลาสติกแบบดั้งเดิมจะทำหน้าที่ปกป้องอาหารได้ดีเยี่ยม แต่กลับทิ้งขยะให้เป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อมไว้นานนับร้อยปี โลกจึงต้องการหาบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ถนอมอาหารให้สดใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ต้องสลายตัวคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ แม้ที่ผ่านมาจะมีการพัฒนาพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ข้อจำกัดสำคัญที่มักพบคือ พลาสติกชีวภาพเหล่านั้นยังขาดคุณสมบัติในการยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์อาหารสดมักถูกจุลินทรีย์ทำให้เสื่อมสภาพและสูญเสียมูลค่าทางการตลาดอย่างรวดเร็ว ความท้าทายขั้นสูงสุดจึงอยู่ที่การผสานความรักษ์โลกเข้ากับเทคโนโลยีการถนอมอาหารขั้นสูงให้อยู่ในแผ่นฟิล์มบาง ๆ เพียงแผ่นเดียว จากความท้าทายดังกล่าว นำมาสู่การค้นพบและพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ฟิล์มพลาสติกชีวภาพถนอมอาหาร หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือการเลือกใช้วัสดุฐานจากธรรมชาติอย่าง พอลิแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งสกัดได้จากจุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลคติก (Lactic Acid Bacteria) ทำให้ตัวฟิล์มมีความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรต่อกระบวนการทางชีวภาพ แต่สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ คือการยกระดับโครงสร้างระดับนาโน โดยการผสานโครงสร้างไฮบริดคอปเปอร์ซิงค์ออกไซด์ (Hybrid Copper-Zinc Oxide) ลงไปในแผ่นฟิล์มอย่างแม่นยำ การผสานโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์นี้ สร้างจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ได้ดังนี้1) โครงสร้างไฮบริดคอปเปอร์ซิงค์ออกไซด์ที่ถูกปรับปรุงลงในแผ่นฟิล์ม ทำหน้าที่เป็นป้องกันระดับนาโนที่ทำงานแบบ Active Packaging ตัววัสดุไม่เพียงแต่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น แต่ยังคงคุณสมบัติหลักในการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) ทำให้เป็นนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ2) กลไกของอนุภาคคอปเปอร์และซิงค์ออกไซด์มีฤทธิ์ในการต่อต้านและยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์…

  • เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล

    ย้อนกลับ ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล คือ พืชที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ด้วยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ทำให้พืชวงศ์ขิงเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยสารสำคัญที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว แต่ก็ข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์คือ สารสกัดจากธรรมชาติมักมีความคงตัวต่ำ สูญเสียประสิทธิภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ แสง หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในรูปแบบดั้งเดิมมักมาในรูปแบบของเหลวที่ยากต่อการพกพา หรือรูปแบบผงที่ใช้งานไม่สะดวกและเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ผู้บริโภคยุคใหม่จึงต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพที่คงที่ และความสะดวกสบายในการใช้งาน จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการผสานวิทยาการขั้นสูงเข้ากับธรรมชาติ นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บสารออกฤทธิ์เชิงหน้าที่ในรูปไมโครแคปซูล” (Microencapsulation Technology) ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยให้ป้องกันการเสื่อมสลายของสารสำคัญและเพิ่มความคงตัว ที่สำคัญไมโครแคปซูลเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้สามารถละลายน้ำได้ อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นแห่งนวัตกรรม 1) สารออกฤทธิ์จากไพลและขมิ้นชัน ทำหน้าที่ร่วมกันในการปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง และบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดจากมลภาวะหรือสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) คุณสมบัติของว่านนางคำและขมิ้นชัน ช่วยปกป้องผิวจากความร่วงโรยก่อนวัยที่เกิดจากอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งยับยั้งแบคทีเรียและจุลินทรีย์อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้ผิวสะอาดล้ำลึกและมีสุขภาพดี เคอคูมา คลีนซิ่ง แคปซูล จึงเป็นผลิตภัณฑ์ผงล้างหน้าที่ไม่เพียงแต่กักเก็บคุณค่าบริสุทธิ์จาก ขมิ้นชัน ว่านนางคำ และไพล ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในการทำความสะอาดผิว นี่คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตยุคใหม่ มอบความสะดวกสบาย พกพาง่าย และใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกที่ทุกเวลา เป็นการต่อยอดมรดกทางภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อผิวที่สะอาด กระจ่างใส และแข็งแรงอย่างยั่งยืนนวัตกรรม : เคอคูมา…

  • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมจากธรรมชาติ

    ย้อนกลับ แคลเซียมเป็นแร่ธาตุพื้นฐานที่ร่างกายต้องการสำหรับการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แต่ในความเป็นจริง คนจำนวนมากยังคงขาดแคลเซียมและเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน แม้ธรรมชาติจะมอบผักใบเขียวซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมชั้นดีมาให้ แต่วิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันทำให้การบริโภคผักในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการรายวันเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ จึงเกิดคำถามขึ้นคือ จะทำอย่างไรให้คุณค่าของผักใบเขียวถูกนำมาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพในรูปแบบที่เหมาะกับคนยุคใหม่ เมื่อมองไปที่ทางเลือกในท้องตลาด ก็พบข้อจำกัดสองด้านที่ชัดเจน ด้านแรกคือแคลเซียมสังเคราะห์ที่มีจำหน่ายทั่วไป ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ไม่ดีและอาจก่อผลข้างเคียงหากสะสมมากเกินไป ด้านที่สองคือผลิตภัณฑ์ผักผงอบแห้งที่มีอยู่แล้ว แต่กระบวนการผลิตแบบเดิมยังไม่สามารถรักษาปริมาณแคลเซียมไว้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผู้บริโภคต้องดื่มในปริมาณมากเพื่อให้ได้แคลเซียมที่พอเพียง จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาตลอดกระบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่การควบคุมสภาวะการปลูกอย่างพิถีพิถันเพื่อกระตุ้นให้พืชสะสมแคลเซียมตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญกว่านั้นคือการคิดค้น “กระบวนการสกัดด้วยอัลคาไลน์ร่วมกับความร้อน” ซึ่งสามารถสลายโครงสร้างผนังเซลล์พืชที่ยึดจับแคลเซียมไว้ได้อย่างแม่นยำ ทำให้แคลเซียมอิสระถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีจุดเด่น คือปริมาณแคลเซียมที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับผงผักอบแห้งทั่วไป และการที่แคลเซียมจากธรรมชาตินี้ละลายน้ำได้ดีและร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมสังเคราะห์อย่างเห็นได้ชัด นวัตกรรมนี้จึงไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การอาหาร แต่คือการเปลี่ยนข้อจำกัดของธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาส ส่งมอบแร่ธาตุบริสุทธิ์จากผืนดินสู่ร่างกายในรูปแบบที่สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นรากฐานของสุขภาพกระดูกที่ยั่งยืนในระยะยาวนวัตกรรม : อาหารเสริมแคลเซียมจากผักใบเขียวเลขที่คำขอ : 2203001696รางวัล : รางวัลเหรียญเงิน งาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New products” (iENA 2023)ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1355773129710019/

  • ปฏิวัติการยืดอายุพืชผลเกษตรด้วยนวัตกรรม “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน”

    ย้อนกลับ ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร ความสดใหม่คือมูลค่าที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเผชิญมาตลอดคือการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ การสุกงอมที่เร็วเกินไป หรือการสูญเสียน้ำหนักที่ทำให้ผลผลิตดูไม่น่ารับประทาน เดิมทีการเคลือบผิวผักผลไม้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่นิยม แต่บ่อยครั้งสารเคลือบเหล่านั้นกลับทิ้งปัญหาไว้ เช่น คราบขาวที่ไม่สวยงาม ความเหนียวเหนอะหนะ หรือความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค การพัฒนานวัตกรรมนี้ เริ่มจากการนำเทคโนโลยีระดับนาโนมาประยุกต์ใช้ จนเกิดเป็น “นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน” (Nanocellulose Emulsion) นวัตกรรมวัสดุเคลือบผิวชีวภาพที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แนวคิดหลักคือการสร้างผิวให้กับผักและผลไม้ โดยใช้อนุภาคนาโนเซลลูโลสทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการกักเก็บสารสำคัญ จุดเด่นที่เหนือกว่าสารเคลือบทั่วไปอยู่ที่นวัตกรรมการกักเก็บสารออกฤทธิ์ เช่น โพลีโคซานอล (Policosanol) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) โดยเฉพาะโพลีโคซานอลที่จะถูกดูดซับอยู่บนพื้นผิวอนุภาคระดับนาโนเมตร ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผลผลิตจากการสูญเสียน้ำหนักสด ทำให้ผลไม้ยังคงความเต่งตึงและสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น นวัตกรรมนี้ไม่ได้เพียงแค่เคลือบแต่ยังทำหน้าที่รักษาด้วยการผนวกไคโตซานเข้าไปในระบบอิมัลชัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเกิดโรคในผักผลไม้หลังเก็บเกี่ยวและชะลอการเน่าเสียได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญงานวิจัยนี้ได้แก้ Pain Point เดิมของผู้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติของฟิล์มที่บางเบาและมีความสม่ำเสมอ จึงลดปัญหาการเหนียวติด หรือการเกิดคราบขาว ที่มักพบบนผิวผักผลไม้จากการใช้สารเคลือบแบบเก่า ทำให้ผลผลิตดูสะอาด สวยงาม และน่ารับประทาน ทั้งในกลุ่มผักสด ผลไม้สด ไปจนถึงผลไม้แปรรูป นาโนเซลลูโลสอิมัลชัน จึงไม่ใช่เพียงแค่น้ำยาเคลือบผิว แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยยืดเวลาแห่งความสดใหม่ ช่วยลดขยะอาหารจากการเน่าเสีย และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและแท้จริง.Key…