นวัตกรรมก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ

image

รู้หรือไม่?
ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตส้มโอรายใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการแปรรูป แต่มักมีเปลือกส้มโอหลงเหลือทิ้งไว้เป็นจำนวนมหาศาล สิ่งที่ดูเหมือนเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ กลับมีคุณค่าทางโภชนาการชั้นเยี่ยมที่รอให้เราค้นพบ

ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กคือวัฒนธรรมอาหารที่คนไทยคุ้นเคยมาตลอด แต่มีจุดอ่อนที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือคาร์โบไฮเดรตสูงและใยอาหารต่ำ ทำให้คนรักสุขภาพหลายคนต้องบอกลาเมนูโปรดนี้ไป โจทย์จึงตกมาที่นักวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้อาหารธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยไม่ต้องสูญเสียรสชาติที่คุ้นเคย

คำตอบอยู่ที่ “เปลือกส้มโอ” ของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปที่ไม่มีใครสนใจ ทีมวิจัยนำสิ่งเหล่านี้มาสกัดเป็นใยอาหารบริสุทธิ์คุณภาพสูง แล้วผสานเข้าไปในเนื้อเส้นก๋วยเตี๋ยว ผลลัพธ์คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ ที่เปลี่ยนทุกคำที่กินให้ดูแลสุขภาพลำไส้ไปพร้อมกัน นวัตกรรมนี้ไม่ได้แค่ยกระดับเมนูโปรดของคนไทย แต่ยังเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตรให้มีคุณค่า แก้ปัญหาขยะและสุขภาพได้ในคราวเดียว

นวัตกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ใน 2 มิติ ได้แก่

1) การเสริมใยอาหารจากส้มโอช่วยเพิ่มใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้สูงถึงร้อยละ 9.44 ซึ่งช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับถ่าย ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ในเมนูอาหารที่คุ้นเคย

2) ด้วยแนวคิด Zero Waste การนำกากส้มโอมาใช้ช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทิ้ง เกื้อหนุนเกษตรกรรายย่อย และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติของใยอาหารจากส้มโอ ทั้งการอุ้มน้ำ การสร้างเนื้อสัมผัส และต้นทุนที่เข้าถึงได้ จึงสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมนี้สู่อุตสาหกรรมอาหารในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไฟเบอร์ กักเก็บความชุ่มชื้น และลดความแห้งกระด้างของเนื้อขนมปังหรือคุกกี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ทำหน้าที่เป็นสารปรับปรุงโครงสร้างเพื่อสร้างความฉ่ำน้ำและเนื้อสัมผัสที่สมจริงยิ่งขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plant-based หรือเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น

ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ จึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือภาพจำลองของอนาคต ที่สิ่งซึ่งเคยถูกทิ้ง กลายเป็นคุณค่าให้แก่ผู้คน ชุมชน และโลก

นวัตกรรม : ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเสริมใยอาหารจากส้มโอ
เลขที่คำขอ : 2103002189
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7

ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/787933750783284/

ที่เกี่ยวข้อง

  • ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากกากชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า เปลี่ยนไอศกรีมให้เป็นมากกว่าความอร่อย

    ย้อนกลับ ไอศกรีมมักถูกจดจำในฐานะขนมหวานที่มอบความสุข ความอร่อย และความสดชื่นในทุกครั้งที่ลิ้มลอง แต่ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาหารจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบสนองความอร่อยเท่านั้น หากยังสามารถพัฒนาให้มีคุณค่าและสอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนได้.แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากกากชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า โดยนำกากชีวมวลที่เหลือจากกระบวนการสกัดสารซี-ไฟโคไซยานินกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง เนื่องจากวัตถุดิบดังกล่าวยังคงมีองค์ประกอบทางโภชนาการและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ จึงมีศักยภาพในการต่อยอดเป็นส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือก.นวัตกรรมนี้ใช้เทคโนโลยีการสกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิก เพื่อช่วยปลดปล่อยสารสำคัญจากกากชีวมวล ก่อนนำสารสกัดที่ได้มาเสริมในไอศกรีม ผลการทดสอบพบว่า ไอศกรีมที่พัฒนาขึ้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH โดยมีค่าการยับยั้งเท่ากับร้อยละ 52.47 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดจากกากชีวมวลสไปรูลิน่าในการใช้เป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ในผลิตภัณฑ์อาหาร.นอกจากผลการทดสอบด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้ว สารสกัดจากกากชีวมวลสไปรูลิน่ายังช่วยสร้างสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สีสังเคราะห์ในสูตรที่พัฒนาขึ้น ทำให้ไอศกรีมสูตรนี้ผสานความอร่อย คุณค่าจากวัตถุดิบชีวภาพ และแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าไว้ด้วยกัน.ในมุมของการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความอร่อยควบคู่กับวัตถุดิบจากธรรมชาติและแนวคิดความยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นเมนูสร้างสรรค์ในคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือธุรกิจบริการอาหารที่ต้องการนำเสนอเมนูที่แตกต่างและมีเรื่องราวด้านการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบชีวภาพ.นวัตกรรมนี้จึงเป็นตัวอย่างของการนำกากชีวมวลจากกระบวนการสกัดสารซี-ไฟโคไซยานินกลับมาเพิ่มมูลค่า และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่เชื่อมโยงระหว่าง ความอร่อย คุณค่าจากวัตถุดิบธรรมชาติ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างน่าสนใจ.นวัตกรรม : ไอศกรีมเสริมสารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลิน่าเลขที่คำขอ : 2103002824รางวัล :รางวัลเหรียญเงิน และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New products” (iENA 2023)ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้:…

  • นวัตกรรมใส ไร้ขีดจำกัด นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์

    ย้อนกลับ ในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มคือการสร้างสิ่งที่ดีต่อร่างกายโดยไม่ต้องสูญเสียความอร่อย น้ำดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์คือคำตอบหนึ่งสำหรับโจทย์นั้น ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่มีอุปสรรคสำคัญคือมันไม่ละลายน้ำ ทำให้การนำมาผสมในเครื่องดื่มใสทำได้ยากมาก นอกจากนี้ยังเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงหรืออากาศ นักวิจัยจึงต้องหาทางแก้ปัญหานี้ในระดับโมเลกุลวิธีการที่ได้ผลคือการจับไลโคปีนเข้ากับเบต้ากลูแคน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะห่อหุ้มและพาไลโคปีนให้ละลายน้ำได้ โครงสร้างคอมเพล็กซ์นี้ยังช่วยปกป้องไลโคปีนจากสภาพแวดล้อม ทำให้คงฤทธิ์ได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำดื่มใสหอมกลิ่นเมลอนที่บรรจุสารต้านอนุมูลอิสระไว้เต็มเปี่ยม ดื่มง่าย อีกทั้งยังเสริมคุณค่าจากเบต้ากลูแคน เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมาก ทั้งเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา เจลลี่และกัมมี่เพื่อสุขภาพ น้ำเชื่อมสำหรับคาเฟ่ ไปจนถึงนมพืชที่ต้องการเสริมสารอาหารโดยไม่ทำลายเนื้อสัมผัสสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือนวัตกรรมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้บริโภคเลือกระหว่างความอร่อยกับสุขภาพ แต่มอบทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคต นวัตกรรม : นํ้าดื่มกลิ่นเมลอนเสริมไลโคปีนเบต้ากลูแคนคอมเพล็กซ์เลขที่คำขอ : 2001006377, 2403000571ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : หน่วยธุรกิจนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร.02-2445286-7 ดูวิดีโอได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/reel/1503015878072393

  • ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ เมื่อโภชนาการและพัฒนาการเดินไปด้วยกัน

    ย้อนกลับ ท่านเคยสังเกตไหมว่า เวลาเด็กๆ กินขนม สิ่งที่ผู้ปกครองกังวลมักเป็น 2 เรื่อง คือ “ประโยชน์” และ “ความปลอดภัย” แต่จะดีกว่าไหม…ถ้าของว่างที่เด็กชอบมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและช่วยส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมกัน จากคำถามง่ายๆ สู่นวัตกรรม “ถ้าช่วงเวลากินขนม ไม่ใช่แค่มื้อเล็กๆระหว่างวัน แต่เป็นโอกาสของการเรียนรู้ด้วย จะดีแค่ไหน?” คำถามนี้นำไปสู่การพัฒนา “ขนมขบเคี้ยวพอดีคำ” ที่ออกแบบโดยผสมผสานหลักเทคโนโลยีการแปรรูป โภชนาการ และจิตวิทยาพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นนวัตกรรมที่คำนึงถึงทั้ง2 มิติ คือ “คุณภาพ” และ “ประสบการณ์”มิติที่ 1: คุณภาพ: โภชนาการที่เหมาะสมกับวัยเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการแปรรูปที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายในช่วงวัยนี้ เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องใช้สารกันเสีย ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าขนมที่ลูกรับประทานมีคุณภาพมิติที่ 2: การส่งเสริมพัฒนาการผ่านประสบการณ์ขนาดพอดีคำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กต้องใช้นิ้วหยิบจับด้วยตัวเอง ทุกครั้งที่หยิบขนมเข้าปาก คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานงานระหว่างตากับมือ ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะการช่วยเหลือตัวเองในอนาคต พร้อมสร้างความมั่นใจ และฝึกทักษะการรับประทานอาหารแบบไม่รู้ตัวHighlight1) วัตถุดิบคุณภาพ2) คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย3) เนื้อสัมผัสที่ได้จากเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะกับช่วงวัย4) ขนาดพอดีคำช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก5) เก็บรักษาได้นาน ปราศจากวัตถุกันเสีย เมื่อทุกคำที่เคี้ยว มีทั้งคุณค่าและความหมาย นวัตกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อให้ “ช่วงเวลาว่าง” ของเด็กมีประโยชน์มากขึ้น…

  • นวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์

    ย้อนกลับ ในวงการแพทย์และอุตสาหกรรม ถุงมือยางธรรมชาติทำหน้าที่เหมือนผิวหนังชั้นที่สองที่คอยปกป้องมือผู้สวมใส่จากสิ่งสกปรกและสารอันตราย แต่เบื้องหลังการปกป้องนั้นกลับซ่อนปัญหาที่หลายคนมองข้าม การสวมถุงมือยางแนบสนิทกับผิวหนังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองเนื่องจากการแพ้โปรตีนในน้ำยางธรรมชาติ ซึ่งมีอาการตั้งแต่เป็นผื่นคันจนกระทั่งการแพ้รุนแรงได้ นอกจากนี้พื้นผิวของถุงมือเองก็ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียที่เกิดการสัมผัสขณะใช้งาน และเป็นขยะติดเชื้อเมื่อใช้งานแล้ว คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เราจะปรับปรุงวัสดุธรรมชาตินี้ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างไร คำตอบมาจากการผสานวิทยาศาสตร์พื้นผิวเข้ากับนาโนเทคโนโลยี โดยนำพอลิเมทิลเมทาคริเลต หรือ PMMA ผสมเข้าไปในแผ่นฟิล์มยางธรรมชาติ ผลที่ได้คือพื้นผิวของถุงมือมีความขรุขระในระดับจุลภาคเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดพื้นที่สัมผัสระหว่างผิวหนังกับเนื้อยาง ลดความเสี่ยงของการแพ้โปรตีนน้ำยางในนวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์ ยิ่งไปกว่านั้น การเสริมอนุภาคนาโนซิลเวอร์เข้าไปในโครงสร้างวัสดุยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอนุภาคเหล่านี้ทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียโดยตรง ผลการทดสอบยืนยันให้เห็นชัดเจน การผสม PMMA เพียงอย่างเดียวเพิ่มค่าความขรุขระพื้นผิวได้ 6.5% แต่เมื่อใช้ร่วมกับนาโนซิลเวอร์ ค่าดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นถึง 16% และนาโนซิลเวอร์ในสัดส่วนเพียง 1% ก็สามารถยับยั้งเชื้อ S. aureus และ E. coli ได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 8 ชั่วโมง ถุงมือยางธรรมชาติผสมพอลิเมทิลมาทาคริเลต และนาโนซิลเวอร์ จึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์ป้องกันทั่วไป แต่เป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนข้อจำกัดของวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นจุดแข็ง มอบทั้งความปลอดภัย ความสบาย และสุขอนามัยที่เชื่อถือได้ให้กับผู้ใช้งานทุกคน นวัตกรรม : ถุงมือยางธรรมชาติเลขที่อนุสิทธิบัตร : 14741รางวัล : รางวัลเหรียญทองแดง…

  • มิติใหม่ของการสมานแผลด้วยแผ่นสมานแผลจากสารสกัดว่านหางจระเข้และขมิ้นชัน

    ย้อนกลับ ผิวหนังคือเกราะป้องกันด่านแรกของร่างกาย แต่เมื่อเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยถลอกหรือสิวอักเสบ กระบวนการฟื้นฟูมักใช้เวลานาน อาจทิ้งรอยแผลเป็น หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราจะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และกลมกลืนกับเซลล์ผิวได้จริง ๆ ได้อย่างไร ซึ่งคำตอบอยู่ใน ว่านหางจระเข้ ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ และ ขมิ้นชัน ที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบและยับยั้งแบคทีเรีย แต่การทายาแบบเดิมมีข้อจำกัดชัดเจน คือหลุดลอกง่ายและซึมซาบได้ไม่ลึกพอ นักวิจัยจึงก้าวข้ามข้อจำกัดนั้นด้วยการนำสารสกัดจากสมุนไพรทั้งสองชนิดมาผสานกับเทคโนโลยีขั้นสูง จนเกิดเป็น แผ่นสมานแผลจากสารสกัดว่านหางจระเข้และขมิ้นชัน ที่มีขนาดเส้นใยเพียง 0.8–6.7 ไมโครเมตร ขนาดดังกล่าวใกล้เคียงกับโครงสร้างตามธรรมชาติของผิวหนัง (Extracellular Matrix) ทำให้เซลล์ผิวสมานตัวได้อย่างกลมกลืน นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีพอลิเมอร์ผสม ยังช่วยให้แผ่นแปะกักเก็บสารสกัดสมุนไพรได้มากกว่า 10% และพร้อมปล่อยสารออกฤทธิ์ทันทีที่สัมผัสกับบาดแผล ผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ประสิทธิภาพในสามด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยต่อเซลล์ โดยเซลล์ผิวหนัง (Fibroblast) มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 90% และไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง การยับยั้งเชื้อ Cutibacterium acnes ซึ่งเป็นตัวการหลักของสิวและการอักเสบ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ทัดเทียมกับวิตามินซีบริสุทธิ์ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในวงการแพทย์ผิวหนัง นวัตกรรมนี้จึงไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วไป หากแต่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าภูมิปัญญาจากธรรมชาติและเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นวัตกรรม :…

  • วิถีแห่งพฤกษาผสานนวัตกรรมคลื่นเสียง สู่ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ

    ย้อนกลับ ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera พืชสีเขียวมรกตที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาอันเลื่องลือ ทว่าในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและการดูแลสุขภาพต้องก้าวเดินไปพร้อมกัน การบริโภคว่านหางจระเข้ในรูปแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบและความต้องการคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ “ผลิตภัณฑ์เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ” ที่มิใช่เพียงเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น แต่คือผลลัพธ์ของการผนวกศาสตร์แห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรม หัวใจสำคัญของการยกระดับผลิตภัณฑ์นี้คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของการผลิตแบบเดิม ด้วยการนำนวัตกรรม เทคนิคคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound-Assisted Extraction) เข้ามาเป็นกระบวนการหลักในการสกัดสารสำคัญ โดยคลื่นเสียงจะทำหน้าที่สั่นสะเทือนเพื่อเปิดโครงสร้างเซลล์ของว่านหางจระเข้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ทำให้สามารถดึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด โดยยังคงความบริสุทธิ์ ปราศจากสารเคมีตกค้าง และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในระดับสูง ผลลัพธ์ที่ได้คือผลิตภัณฑ์ที่ผสานความสุนทรีย์ในการเคี้ยวจากเนื้อว่านหางจระเข้แท้ เข้ากับคุณค่าจากสารสกัดวุ้นว่านหางจระเข้ กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานที่สมบูรณ์แบบทั้งรสสัมผัสและสรรพคุณ จากการวิจัยพบว่ากระบวนการสกัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ สามารถคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีค่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ที่ร้อยละ 23.27 ± 1.3 ตัวเลขนี้คือดัชนีชี้วัดสำคัญที่ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพในการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และสร้างสมดุลให้กับร่างกาย นอกจากนี้การผสานสารสกัดเข้มข้นยังช่วยทวีคูณอานุภาพแห่งการฟื้นฟูให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ตั้งแต่การสมานแผลในกระเพาะอาหารอย่างอ่อนโยน การเสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่ง ไปจนถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก ผลิตภัณฑ์เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มที่ผ่านกรรมวิธีคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ จึงเป็นมากกว่าอาหารพร้อมทาน แต่คือสัญลักษณ์ของความใส่ใจที่ผสานภูมิปัญญาธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่แสวงหาความสมดุลของสุขภาพและการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิดที่ว่า “สุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่ยั่งยืน” นวัตกรรม : เนื้อว่านหางจระเข้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพเลขที่คำขอ : 2303002978รางวัลระดับนานาชาติ : รางวัลเหรียญทองแดง และรางวัลเชิดชูเกียรติ งาน…